7HDร้อนออนไลน์

คำมั่นสัญญาจากคนเคยจน ของครอบครัว "เอี่ยมสะอาด" แม่ชราป้อนข้าวลูกรอลงทะเบียนเราชนะ

จากกรณีที่มีภาพและคลิปวิดีโอน่ารักปนสงสาร ของแม่วัยชราป้อนข้าวลูกสูงอายุ ระหว่างนางน้อย เอี่ยมสะอาด วัย 81 ปี กับ นายจำเนียร เอี่ยมสะอาด ลูกชาย วัย 62 ปี ชาวบ้านบ้านทรัพย์มะนาว ต.วังไทร ขณะเข้าคิวรอลงทะเบียนเราชนะ ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาท่ามะเขือ-คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งถูกบันทึกโดย น.ส.กมลทิพย์ บุญเรือน แม่ค้าขายทุเรียนที่ตลาดปากดง ก่อนโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว กระทั่งกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลมีเดีย จนมีธารน้ำใจของคนไทยหลั่งไหลบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวนมาก ยอดเงินทะลุ 7.3 ล้านบาท

น.ส.กมลทิพย์ เปิดเผยว่า ตนไปเข้าคิวรอลงทะเบียนเราชนะเหมือนกัน เมื่อไปถึงก็เจอคุณยายกับลุงที่เป็นลูกชาย ซึ่งยายเล่าให้ฟังว่า มาเข้าคิวเป็นวันที่สามแล้ว เพราะก่อนหน้านี้สองวันมาเข้าคิวก็เต็มหมด ลูกชายจึงพาออกจากบ้านมาตั้งแต่เที่ยงคืน ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร เพราะอยากจะจองเป็นคิวแรก มานอนรอเวลาธนาคารเปิดทำการตอน 08.00 น. จากนั้นก็เห็นภาพที่น่ารักระหว่างแม่ลูก โดยยายป้อนข้าวลูกชาย จึงได้ถ่ายคลิป แล้วโพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก ไม่คิดว่าจะเป็นกระแสโด่งดังขนาดนี้

ส่วนการเปิดรับบริจาคเป็นหน่วยงานรัฐ ที่เห็นกระแสในโลกออนไลน์ จึงลงพื้นที่ไปที่บ้าน ก็พบสภาพบ้านและความลำบากยากจน จึงมีการเปิดรับบริจาคให้ และผู้ก็ก็ส่งธารน้ำใจให้รวมเป็นเงินหลายล้านบาท รู้สึกดีใจกับครอบครัวยาย เพราะเขาลำบากจริงๆ และรู้สึกเหมือนได้ทำบุญครั้งใหญ่

ขณะที่นางน้อย ก็บอกว่า เงินที่คนมีเมตตาบริจาคมากให้ก็ต้องใช้อย่างรู้คุณค่า ไม่ใช่ว่าได้มาฟรีๆแล้วจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เตือนลูกๆให้ใช้อย่างมีสติเท่าที่จำเป็น และขอบคุณในน้ำใจคนไทยที่ช่วยให้คนยากจนได้มีกิน

ด้านนายจำเนียร บอกว่า ทางนายอำเภอแจ้งว่าจะแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกสร้างบ้านใหม่ ส่วนที่สองก็ถามว่าใช้เงินเลี้ยงดูแม่เดือนละเท่าไหร่ ตนก็ตอบว่าไม่เกิน 5 พันบาท และอาจจะเหลือ ส่วนที่สามก็จะเก็บไว้ในธนาคารเป็นกองทุน เอาไว้เบิกใช้เวลาลำบากจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะซื้อที่สัก 10 – 20 ไร่ เอาไว้ทำไร่มันสำปะหลังสร้างรายได้ และอยากก่ออิฐทำบ่อปลา เลี้ยงปลา ถ้ามีเยอะก็ขาย หากไม่เยอะก็เอาไว้ทำอาหารให้แม่กิน

สำหรับบ้านที่จะสร้างก็ไม่สร้างหลังใหญ่ เอาแค่พออยู่ เวลาลูกหลานมาเยี่ยมจะได้มีที่นอน ไม่ซื้อรถ ไม่ซื้อเครื่องประดับ เช่น ทอง เพราะไม่ปลอดภัยและฟุ่มเฟือย โดยยืนยันว่าไม่รู้เรื่องการบริจาคมาก่อน แต่ก็ขอขอบคุณน้ำใจคนที่ช่วยบริจาค ซึ่งครอบครัวจะใช้เงินอย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม ธารน้ำใจเป็นเรื่องน่ายินดีที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเอี่ยมสะอาด แต่ก็ไม่วายถูกโจมตี มีบางส่วนวิจารณ์ว่าลูกหลานทอดทิ้งแม่วัยชรา โดยเฉพาะนางเล็ก บุญทัด อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวอีกคนถูกเข้าใจผิด เพราะเดินทางกลับมาหาแม่ช่วงที่เป็นข่าวเงินบริจาค รวมถึงลูกสาวกับลูกชายอีก 2 คน ที่ไปปักหลักทำมาหากินที่ จ.ชุมพร โดยผู้เป็นแม่รวมทั้งบรรดาลูกๆต่างยืนยันไม่มีการทอดทิ้งตลอดช่วงที่ผ่านมา

นางเล็ก อธิบายว่า ตนและพี่น้อง ไม่เคยทอดทิ้ง แต่เพราะความจำเป็นจึงต้องแยก ถ้ายังอยู่กับแม่ต้องอดตายทั้งคู่ เข้าใจว่าแม่เหงา แต่ก็ฝากเพื่อนบ้านไว้ และคอยโทรมาถามไถ่ตลอด ส่วนพี่ชายคือนายจำเนียร เพิ่งจะกลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 5-6 เดือน ก็ฝากให้ดูแลแม่ แล้วก็ส่งเงินส่งของใช้มาให้ และกลับมาเยี่ยมแม่ทุกเดือน ไม่ใช่เพิ่งมาตอนมีเรื่องบริจาคเงิน รวมทั้งน้องสาวกับน้องชายที่อยู่ จ.ชุมพร ด้วย

ตอนนี้ยังไม่มีแผนการใช้ชีวิตอะไร เพราะต้องคุยกันก่อน ใครจะทำอะไร โดยที่ไม่ต้องฟุ่มเฟือย เกิดประโยชน์ที่สุด ซึ่งการสร้างบ้านใหม่เป็นสิ่งแรกของการเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้ เพราะแม่ลำบากมาทั้งชีวิต ลูกจึงอยากให้แม่อยู่สบายในช่วงบั้นปลายของชีวิตเหมือนคนอื่น

ขณะเดียวกันทั้งนายจำเนียร และ นางเล็ก ต่างบอกว่า เคยจนมาตลอดชีวิต รู้รสชาติความลำบาก จากนี้จะใช้เงินอย่างประหยัด และหารายได้เพิ่ม ถ้ามีแต่นอนกินนอนใช้เดี๋ยวก็หมด ต่อให้มีมากเป็นร้อยล้าน ถ้าใช้อย่างเดียวก็หมดสักวัน สู้หารายได้และอยู่แบบพอเพียงดีกว่า

นางเล็ก บอกอีกว่า ตนแจ้งให้ปิดรับบริจาคไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. 64 หลังมีการแจ้งยอดเข้ามามากถึง 7.3 ล้านบาทแล้ว เพราะอยากให้ไปช่วยคนอื่นๆด้วย เนื่องจากยังมีคนที่เดือดร้อน และลำบากกว่านี้อีกมาก