สนามข่าว 7 สี

ผู้ใหญ่บ้านปฏิเสธไม่ได้เมาสุราแล้วทำร้ายเยาวชน อ้างป้องกันตัว

ข่าวนี้สนามข่าว 7 สี นำเสนอไปเมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) กรณีผู้ใหญ่บ้านเมากร่าง ยิงปืนขู่ ทำร้ายร่างกายวัยรุ่น เจ้าตัวออกมาอ้าง ยืนยันแค่ไปห้ามปราม แต่จะถูกรุมประชาทัณฑ์ จึงป้องกันตัว ไม่ได้เมาแล้วก่อเหตุ

ความคืบหน้ากรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่กลุ่มวัยรุ่นถูกผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ในตำบลแก่งศรีภูมิ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ ก่อนจะเดินปรี่เข้ามาทำร้ายร่างกายวัยรุ่น (ตบหน้า) ที่รวมตัวนั่งดื่มสุรากันอยู่บริเวณสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำเลย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เยาวชนชายอายุ 17 ปี ที่ถูกทำร้ายร่างกาย เล่าว่า วันเกิดเหตุไปเที่ยวงานประจำปีในหมู่บ้าน จากนั้นก็พากันมานั่งดื่มสุราต่อที่สันเขื่อน กระทั่งไปมีเรื่องกับวัยรุ่นอีกกลุ่ม แต่ก็ได้พูดคุยเคลียร์กันจบแล้ว จู่ ๆ ก็มีรถกระบะคันหนึ่งขับมาจอด มีชาย 2 คน เดินลงมาถาม จากนั้นก็มีชายอีกคน มาทราบภายหลังว่าเป็นผู้ใหญ่บ้าน ถือปืนลงมาจากรถแล้วยิงปืนขึ้นฟ้า 2 ครั้ง พี่ในกลุ่มจึงตำหนิไปว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง จึงทำให้ผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจ พุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกาย

ด้าน ผู้ใหญ่บ้านที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ เล่าว่า วันเกิดเหตุได้รับแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกันบริเวณสันเขื่อน จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอดีตกำนัน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบวัยรุ่นรวมกลุ่มกันอยู่ประมาณ 50 คน จึงพยายามเข้าไปห้ามปราม แต่กลุ่มวัยรุ่นไม่เกรงกลัว และไม่เคารพ ตนเองจึงคว้าปืนยาวที่พกมายิงขึ้นฟ้า 2 นัด เพื่อข่มขู่ตามที่ปรากฏในคลิป ทำให้วัยรุ่นเกิดไม่พอใจจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ โดยช่วงที่ชุลมุนกันอยู่ ตนเองก็มีการปัดป้องมือป้องกันตัว แต่มือปัดไปถูกกลุ่มวัยรุ่นเล็กน้อย ไม่ใช่การตบหน้าตามที่ถูกกล่าวอ้าง ส่วนประเด็นที่บอกว่า เมาแล้วกร่างนั้น ยอมรับว่าวันดังกล่าวได้ดื่มสุรามาจากงานบุญประจำปีจริง แต่ไม่ได้เมา

ขณะนี้ นายอำเภอภูหลวง อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย