เช้านี้ที่หมอชิต

เตรียมออกหมายเรียกเพื่อนบ้านโหด ทำร้ายหญิงอายุ 75 ปี จนฟันหัก

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกเพื่อนบ้านทำร้ายร่างกายหญิงอายุ 75 ปี พบเคยชักปืนขู่ผู้เสียหาย และมีความขัดแย้งกันมานานถึง 6 ปี    

จากกรณีหญิงอายุ 75 ปี มีปากเสียงกับผู้หญิงคนหนึ่ง โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ จากภาพจะเห็นว่าทั้งสองคนฉุดกระชากแขนกันอยู่ริมถนน ก่อนที่หญิงอายุ 75 ปี จะนั่งลงกับพื้น ผู้หญิงซึ่งเป็นคู่กรณีจึงพยายามดึงให้ลุกขึ้นยืน ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา

ทั้งสองคนยังโต้เถียงกันอยู่สักพัก ก่อนที่ผู้หญิงคู่กรณีจะพุ่งเข้าไปกระชากและกระหน่ำตบหญิงอายุ 75 ปี ที่นั่งอยู่บนพื้น พร้อมกับเตะซ้ำและลากขาไปกับพื้น จนคนที่อยู่ละแวกนั้นต้องเข้ามาห้ามและช่วยหญิงอายุ 75 ปี เหตุเกิดริมถนนติวานนท์ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี วันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบว่าหญิงอายุ 75 ปี ที่ถูกทำร้าย คือ นางนวรัตน์ องค์วัฒนะพัฒน์ ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นภรรยาของทหาร และเป็นเพื่อนบ้านก่อนหน้านี้เคยมีความขัดแย้งกันมาก่อน โดยวันเกิดเหตุขณะที่เธอกำลังจะไปเรียกรถ พบว่าคู่กรณียืนอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านซ่อมรถ เมื่อคู่กรณีเห็นเธอก็เข้ามาต่อว่าและทำร้ายตามภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด

ผู้เสียหายเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ เธอเคยมีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนบ้านหลายครั้ง เนื่องจากบ้านของคู่กรณีเปิดร้านซ่อมรถและมีการเบิ้นเครื่องยนต์เสียงดัง จนมีการต่อว่าและทะเลาะกัน กลายเป็นปมขัดแย้งมานานกว่า 6 ปี คู่กรณีทำร้ายร่างกาย ตบตีจนฟันหักหลายซี่ และยังถูกข่มขู่มาตลอด บอกว่าตัวเขาเป็นทหารและไม่เกรงกลัว และเคยขู่จะยิงครอบครัวของเธอต่อหน้าตำรวจมาแล้ว

ด้านคู่กรณีซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ยอมรับว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายจริง เป็นเพราะความโกรธสะสมมานาน 6 ปี เพราะตั้งแต่ที่ครอบครัวมาเปิดร้านก็มักจะมีเรื่องทะเลาะกับหญิงอายุ 75 ปีมาตลอด เพราะมักจะโดนกลั่นแกล้ง ด้วยการร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ ให้เข้าตรวจสอบร้านของเขา และชอบด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายไปถึงบุพการีทำให้ทนไม่ไหว ก่อนหน้านี้เคยเอาน้ำปัสสาวะสาดมาจากชั้นบน นำถุงขยะมาทิ้งหน้าบ้าน เมื่อมีการสอบถามก็จะเกิดการโต้เถียงกันรุนแรงทุกครั้ง ส่วนคลิปที่ถือปืนนั้นเป็นเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว

ตำรวจเตรียมเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาเพื่อหาข้อยุติปมขัดแย้ง ก่อนที่จะบานปลายจนเป็นเหตุความรุนแรงมากกว่านี้ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุ ขณะนี้รอผลตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บเพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี โดยจะออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ เพื่อแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเอาไว้ก่อน พร้อมยืนยันแม้ฝ่ายผู้ก่อเหตุจะมีสามีเป็นทหาร ก็จะดำเนินคดีตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานที่มีอยู่

ผู้เสียหายยืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด โดยลูกชายของผู้เสียหายได้เดินทางไปร้องเรียนที่กองบัญชาการกองทัพบก ต้นสังกัดของคู่กรณีแล้ว