เช้าข่าว 7 สี

นายกรัฐมนตรี ประเดิมฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าจะไปรับวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรกที่ส่งมาจากประเทศจีน ในวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยตนเอง และพร้อมฉีดวัคซีนเป็นคนแรกด้วย หากได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19

นับถอยหลังอีก 1 วัน วัคซีนโควิด-19 ล็อตแรกกว่า 200,000 โดส น้ำหนัก 2.6 ตัน จะเดินทางมาด้วยเที่ยวบิน TG 675 เส้นทางกรุงปักกิ่ง-กรุงเทพฯ มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข เผยการขึ้นทะเบียนวัคซีนซิโนแวคของประเทศจีน ที่มาในชื่อ CoronaVac มีความคืบหน้าไป 99% แล้ว โดยเชื่อมั่นว่า อย. จะรับรองได้ทันก่อนวัคซีนถึงไทย

ขณะที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ล็อตแรกเข้ามาในประเทศ จะสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ สร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยให้กับประชาชนและจัดระบบติดตามหลังฉีดวัคซีนด้วย เรื่องประสิทธิภาพ ฉีดไปแล้วมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นได้ดีมากน้อยแค่ไหนต้องเจาะเลือดตรวจ เมื่อฉีดไปแล้วความรุนแรงของโรคลดลงขนาดไหน ลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งติดตามเรื่องของผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิดทั้งระยะสั้น และระยะยาว

สุดท้ายการติดตามระบบบริหารจัดการทั้งหมดเป็นอย่างไร เช่น เด็กอายุน้อยและผู้สูงอายุ ทั้งหมด คือ  การเก็บข้อมูลการใช้งานจริง

ขณะที่ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าเมื่อวัคซีนมาถึงประเทศไทย จะต้องทำการตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพก่อน ก่อนนำไปเก็บไว้ที่คลังของกรมควบคุมโรค และจะกระจายไปยังต่างจังหวัด และจะเริ่มฉีดได้ในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค วางแผนการฉีดวัคซีนตั้งเป้าหมายสำคัญ คือ ลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต ซึ่งวัคซีนของแอสตราเซเนก้า และซิโนแวค ได้ผ่านการพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว โดยบุคลากรทางการแพทย์ เป็นกลุ่มเสี่ยงจากการทำงาน ต้องฉีดป้องกัน จากนั้นจะฉีดให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

เป้าหมาย 3 ระยะ คือ ระยะแรกที่มีวัคซีนปริมาณจำกัด เมื่อผ่านกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ อย. จะฉีดให้คนไทยกลุ่มเสี่ยงทันที โดยในระยะนี้จะฉีดในช่วงกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2564 ระยะที่ 2 เมื่อมีวัคซีนมากขึ้น และระยะที่ 3 เมื่อมีวัคซีนอย่างกว้างขวาง จะทยอยฉีดให้ประชาชนคนไทยเริ่มตั้งแต่มิถุนายน เป็นต้นไป เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ