7HDร้อนออนไลน์

วัคซีนล็อตแรก 2 แสนโดส กระจายฉีดให้กลุ่มเสี่ยง 13 จังหวัด

วันนี้ ( 23 ก.พ.64) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19) เปิดเผยถึงแผนบริหารวัคซีนโควิด-19 ว่าวัคซีนจะต้องครอบคลุมประชากรทั้งประเทศ ทุกคนในประเทศต้องเข้าถึงวัคซีน เป้าหมายเพื่อลดอัตราการป่วยและตาย ปกป้องระบบสุขภาพของประเทศ และขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ระยะที่ 1 วัคซีนมีจำนวนจำกัด กำหนดไว้ 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้มีโรคประจำตัว ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค

ในระยะที่ 2 วัคซีนมีจำนวนมากขึ้น จะฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายในระยะที่ 1 ซึ่งยังไม่ได้รับวัคซีน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ นอกเหนือจากด่านหน้า ผู้ประกอบอาชีพภาคการท่องเที่ยว เช่น พนักงานโรงแรม สถานบันเทิง นักกีฬา ผู้เดินทางระหว่างประเทศ เช่น นักบิน ลูกเรือ ประชาชนทั่วไป นักการทูต เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจต่างชาติ คนต่างชาติที่พำนักระยะยาว และแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2021/02/23/6034a2e17cd743.92615731.jpg

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า สำหรับวัคซีน ซิโนแวค 2 ล้านโดส นั้น ล็อตแรก 2 แสนโดส จะกระจายไปใน 13 จังหวัด ดังนี้ สมุทรสาคร 70,000 โดส กทม. 66,000 โดส ปทุมธานี 8,000 โดส นนทบุรี และสมุทรปราการ จังหวัดละ 6,000 โดส ตาก (อ.แม่สอด) 5,000 โดส นครปฐม 3,500 โดส สมุทรสงคราม 2,000 โดส ราชบุรี 2,500 โดส  และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชลบุรี 4,700 โดส ภูเก็ต 4,000 โดส สุราษฎร์ธานี (อ.เกาะสมุย) 2,500 โดส และเชียงใหม่ 3,500 โดส

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2021/02/23/6034a2f22b1bc8.84081891.jpg

ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส ในเดือน มิ.ย.-ส.ค. และอีก 35 ล้านโดส ในเดือน ก.ย.- ธ.ค.64 จะกระจายฉีดในระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมประชากร ภายในเดือน ธ.ค.64 โดยมีแผนการฉีดให้ได้เดือนละ 10 ล้านโดส

โฆษก ศบค.ย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. กำชับเรื่องการบริหารวัคซีนซึ่งเป็นที่จับตามองของสังคม โดยวัคซีนล็อตแรกจะมาถึงพรุ่งนี้ (24 ก.พ.64 ) ถ้าไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ นายกฯ ในฐานะผู้นำประเทศ ขออาสาฉีดวัคซีนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์เป็นสำคัญ เนื่องจากนายกฯ เป็นผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี