สนามข่าว 7 สี

รวบหญิงบุกจี้ชิงเงิน ธ.ก.ส. พบประวัติก่อเหตุโชกโชน จ.ประจวบคีรีขันธ์

หลังสนามข่าว 7 สี นำเสนอข่าวหญิงคนหนึ่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวจี้ชิงเงิน ธ.ก.ส. ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ก่อเหตุไม่สำเร็จ และวิ่งออกมาชิงรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านเพื่อใช้หลบหนี ล่าสุดถูกตามรวบตัวได้แล้ว

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายใส่ชุดดำ สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ภายในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ได้ทรัพย์สิน จากนั้นคนร้ายวิ่งหลบหนีออกจากธนาคาร ใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถจักรยานยนต์จากนางสะอาด นิลพันธ์ อายุ 61 ปี เพื่อขี่หลบหนี

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าก่อนก่อเหตุคนร้ายได้เดินมาจากซอยด้านข้างธนาคาร โดยน่าจะมีผู้ร่วมก่อเหตุขี่รถจักรยานยยนต์มาส่ง จากนั้นเมื่อมาถึงด้านหน้าธนาคารได้หยิบหมวกกันน็อกของลูกค้าที่วางไว้หน้ารถจักรยานยนต์มาสวมใส่ และอาศัยจังหวะที่พนักงานรักษาความปลอดภัยไปพักเที่ยง จากนั้นชักอาวุธปืนเดินเข้าไปจี้ชิงเงินในธนาคารแต่ก่อเหตุไม่สำเร็จ จึงวิ่งออกมาชิงรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านเพื่อหลบหนี

ตำรวจคาดว่าคนร้ายไม่ใช่คนในพื้นที่ เนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทาง จากการขี่รถวนเพื่อหาทางหลบหนี และนำรถจักรยายนต์ไปจอดทิ้งไว้ ห่างจากธนาคารประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อให้ผู้ร่วมก่อเหตุมารับ ตำรวจจึงเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี และประกาศให้รางวัล 30,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุม

นอกจากนี้ขณะเกิดเหตุยังมีพลเมืองดีซึ่งเป็นแม่ลูกคู่หนึ่งที่ขับรถยนต์ผ่านมาหน้า ธ.ก.ส.สาขาที่เกิดเหตุพอดี และเห็นคนร้ายวิ่งออกมาจี้ชิงรถจักรยานยนต์ของลูกค้าที่มาใช้บริการธนาคาร จึงพยายามตามถ่ายคลิปวิดีโอไว้ และพยายามขับรถตาม อีกทั้งยังตะโกนถามว่าขโมยของมาหรอ แต่คนร้ายก็ไม่ตอบ สองแม่ลูกก็พยายามขับตามไปเรื่อย ๆ ไปดูภาพที่สามารถบันทึกไว้ได้

หลังเกิดเหตุตำรวจได้เบาะแสจากมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ว่าผู้ก่อเหตุให้ไปรับเพื่อไปส่งที่ซอยด้านข้าง ธ.ก.ส. แต่หลังลงมือก่อเหตุไม่สำเร็จได้ชิงรถจักรยายนต์ขับหลบหนีบนเข้าเมืองเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับหญิงอายุ 22 ปี ข้อหาพยายามชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืน และตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพักที่ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง และนำตัวมาสอบสวน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุกำลังค้นหา แต่สามีผู้ต้องหายืนยันว่าภรรยาเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีประวัติโชกโชน ขณะกำลังศึกษาเคยฝึกงานที่ ธ.ก.ส.สาขาเกิดเหตุ และเมื่อเรียนจบไปทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง มีหน้าที่นำเงินไปฝากในธนาคาร แต่ยักยอกเงินของโรงแรมจำนวน 400,000 บาท เพื่อนำเงินไปใช้หนี้พนันออนไลน์ กระทั่งถูกไล่ออกและถูกแจ้งความดำเนินคดี แต่มีการตกลงให้ผ่อนชำระเดือนละ 20,000 บาท เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดี และหลังก่อเหตุชิงเงินไม่สำเร็จ ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์หาเจ้าของโรงแรมเพื่อขอเงินคืน 40,000 บาท ที่เคยใช้หนี้เพื่อใช้หลบหนี

และนอกจากนั้นผู้ต้องหาได้ไปทำงานสถานตรวจสภาพรถที่จังหวัดชุมพร และได้ก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้าง ได้เงินสดเกือบ 30,000 บาท อาวุธปืน1 กระบอก รถจักรยานยนต์ 1 คัน และหลบหนีมากบดานอยู่กับสามีที่บ้านพัก ซึ่งเชื่อว่าอาวุธปืนที่ขโมยมาเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุจี้ชิงเงินที่ ธ.ก.ส. นอกจากนี้ยังได้ก่อเหตุยักยอกเงินจำนวน 190,000 บาท ขณะที่ได้รับการว่าจ้างให้ไปเสิร์ฟอาหารในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง แต่ทำทีขอยืมโทรศัพท์จากนายจ้าง โดยอ้างว่าจะโหลดแอปเป๋าตัง เพื่อลงทะเบียนโครงการเราชนะ แต่ลักลอบโอนเงินจากมือถือเข้าบัญชีตัวเองเพื่อนำไปใช้หนี้พนันออนไลน์