7 สีช่วยชาวบ้าน

เลิกทำสวนทุเรียนนนท์ เพราะภัยแล้งและน้ำทะเลหนุน จ.นนทบุรี

ภัยแล้งปีนี้คาดว่าจะรุนแรงและยาวนาน ประกอบกับมีภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชาวสวนทุเรียนนนท์ ทำให้เกษตรกรบางรายตัดสินใจประกาศขายที่ดินทำมาหากิน

ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้น้ำประปาบางพื้นที่มีรสชาติกร่อยถึงเค็ม หลายครอบครัวต้องซื้อน้ำสะอาดเพื่อดื่มและใช้ทำอาหาร

นอกจากนี้สถานการณ์น้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา ยังส่งผลกระทบต่อชาวสวนทุเรียนนนท์ ต้องหาวิธีการรับมือป้องกันผลผลิตเสียหาย เนื่องจากน้ำเค็มทำให้ทุเรียนใบไหม้ ไม่ติดผล ขายลูกละ 5,000-15,000 บาท

นางมะลิวัลย์ หาญใจไทย หรือ ป้าต้อย เจ้าของสวนทุเรียนป้าต้อยลุงหมู ตำบลบางรักน้อย อำเภอเมืองนนทบุรี เนื้อที่รวม 4 ไร่ บอกเล่า อดีตเมื่อมีน้ำทะเลหนุนสูง ชาวสวนจะใช้วิธีปิดท่อ กั้นไม่ให้น้ำเค็มจากคลองไหลเข้าสวน แล้วใช้น้ำฝนตามร่องสวน รดต้นทุเรียน ปัจจุบันเมืองขยาย น้ำในคลองแห้งขอด ชาวสวนจึงต้องขุดบ่อสำหรับกักเก็บน้ำฝนไว้ผสมกับน้ำประปา โดยต้องผสมทิ้งไว้ 1 วัน จึงจะสามารถใช้รดต้นทุเรียนได้

ป้าต้อย เล่าอีกว่า ต้องใช้น้ำประปาหล่อเลี้ยงต้นทุเรียนที่กำลังติดลูก จึงมีค่าน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 8,000-10,000 บาท ด้วยต้นทุนต่าง ๆ ประกอบกับภัยธรรมชาติ ทำให้ผลผลิตน้อยลง ชาวสวนทุเรียนนนท์บางคน จึงทิ้งอาชีพเกษตรกร พร้อมประกาศขายที่ดินทำมาหากินนับแต่สมัยปู่ย่าตายาย