7 สีช่วยชาวบ้าน

ณัฐชนน Love เลย : ผู้ป่วยลมชักต้องมีใบรับรองแพทย์ทำใบขับขี่

กรมการขนส่งทางบก ออกกฎให้ผู้ป่วยโรคลมชักต้องมีใบรับรองแพทย์ ว่าสามารถควบคุมอาการชักได้อย่างน้อย 1 ปี ยื่นประกอบทั้งการขอทำใบขับขี่ใหม่และการต่ออายุใบขับขี่ รณรงค์ตามโครงการชักไม่ขับ เพื่อลดอุบติเหตุตามท้องถนน ติดตามใน "ณัฐชนน Love เลย"

อาการชัก เกร็ง หรือกระตุก ขณะขับขี่ของผู้ป่วยโรคลมชัก ถือเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จนแพทยสภาชงเรื่องถึงกรมการขนส่งทางบก ตามโครงการชักไม่ขับ รณรงค์ให้ผู้ป่วยโรคลมชักไม่ขับขี่ หรือต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบการขอรับใบอนุญาตขับรถ

จนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กฎกระทรวงคมนาคม เรื่องการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ.2563 ที่ประกาศในราชกิจนุเบกษาเมื่อปีที่ผ่านมา มีผลบังคับใช้ โดยมีสาระสำคัญ คือ การออกใบรับรองแพทย์ประกอบการขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือขอใบขับขี่นั้น จะเพิ่มโรคต้องห้ามขับรถ อาทิ โรคเบาหวาน, โรคลมชัก, โรคความดัน, โรคอารมณ์สองขั้ว, ออทิสติก หรือตัวเตี้ยผิดปกติเข้าไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขอรับใบขับขี่จะสามารถควบคุม หรือไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน อันเกิดจากโรคเหล่านี้ได้

หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ แพทย์ที่ต้องออกใบรับรองแพทย์ จะต้องประเมินสภาพทางด้านร่างกายของผู้ขอใบรับรองแพทย์ และเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะใช้กับรถทุกประเภทที่มาขอรับใบขับขี่ โดยอาจให้นำใบรับรองแพทย์ ที่แสดงว่าเหมาะสมกับการขับรถอย่างปลอดภัยมาแสดงเพิ่มเติม แต่หากเจ้าหน้าที่จะประเมินความพร้อมด้านร่างกายของผู้ขอ หรือขอต่อใบขับขี่ มีสภาวะด้านร่างกายไม่พร้อม หรือมีความเสี่ยงต่ออันตรายในการขับรถ จะนำบุคคลนั้นไปทดสอบการขับรถเพิ่มเติม เพื่อคัดกรองอย่างเข้มงวดต่อไป

ที่ผ่านมา แพทยสภามีมติเห็นชอบโรคห้ามขับขี่รถยนต์ มีเพียงโรคเดียว คือ สภาวะของโรคลมชักที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นผู้ป่วยโรคลมชักทั่วไป จะต้องปลอดจากอาการโรคลมชักอย่างน้อย 1 ปี จึงขับขี่ได้โดยปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคลมชักกว่า 500,000 คน ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องเข้มงวดเรื่องการขอใบอนุญาตขับขี่มากขึ้น เพื่อลดอุบัติและความสูญเสียบนท้องถนน

ณัฐชนน Love เลย