ข่าวภาคค่ำ

ค่าฝุ่นพุ่งระดับสีแดงหลายจังหวัดในภาคเหนือ-อีสาน

หมอกควันไฟป่าปกคลุมหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ทำค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งแตะระดับสีแดง โดยเฉพาะพื้นที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ลุ่มแม่น้ำโขง

ภาพมุมสูงในพื้นที่ตัวเมืองลำปาง จะเห็นท้องฟ้าขมุกขมัว ปกคลุมไปด้วยควันไฟหนาแน่นกว่าทุกวัน ทัศนวิสัยมองเห็นต่ำ เนื่องจากยังเกิดไฟป่าและมีการเผาพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านต่อเนื่อง โดยพบจุดความร้อนมากถึง 232 จุด กระจายในเขตป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ ใน 12 อำเภอ ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งไปแตะระดับสีแดง สูงถึง 105 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ชาวบ้านเริ่มมีอาการแสบตาแสบจมูก กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยทางจังหวัดจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามเผาในวันที่ 1 มีนาคมนี้

ไปทางภาคภาคอีสาน ตลอดแนวแม่น้ำโขง และริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ปกคลุมด้วยควันจากไฟป่าเหนือผิวน้ำ และบางส่วนลอยเข้ามาปกคลุมในตัวเมืองหนองคาย แต่ก็ไม่หนาแน่น ท้องฟ้ายังปลอดโปร่ง แต่ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ วัดค่าฝุ่น PM2.5 สูงถึง 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ค่าฝุ่นยังอยู่ในระดับสีส้ม และพึ่งขึ้นมาแตะระดับสีแดงในวันนี้ (27 ก.พ.) สาเหตุหลักมาจากการเผาวัชพืช และไฟป่าที่เกิดขึ้นในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

เช่นเดียวกับที่จังหวัดอุบลราชธานี หมอกควันปกคลุมอยู่ในระดับสีแดงติดต่อกันเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดอุบลราชธานี สั่งระดมทุกหน่วยช่วยลดผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ หลังพบพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตรกรรม เกิดไฟป่าและการเผาเศษวัชพืชพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งฝุ่นละอองจากการก่อสร้างถนนรอบเมือง ประกอบกับมีไฟป่าเกิดขึ้นในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ลมพัดพากลุ่มควันไฟป่ามาปกคลุม