ประเด็นเด็ด 7 สี

เจ้าของร้านอาหารแจ้งความ ถูกปลอมบัตร ปชช.สวมสิทธิเราชนะ - ตร.แจ้งข้อหาแล้ว

ประเด็นเด็ด 7 สี - เจ้าของร้านอาหารในจังหวัดสงขลา เข้าแจ้งความหลังพบว่ามีคนปลอมบัตรประชาชน หวังรับสิทธิโครงการเราชนะ แต่พอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบพิรุธ ล่าสุดถูกตำรวจแจ้งข้อหาแล้ว

นางเบญจวรรณ หอมสมบัติ อายุ 59 ปี เจ้าของร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสงขลา 4 สาขา เข้าแจ้งความที่ สภ.เขาพนม จังหวัดกระบี่ หลังถูกสวมบัตรประชาชนจนบัตรใช้การไม่ได้ และยังถูกอายัดบัญชีเงินฝาก 2 เล่มด้วย เนื่องจากมีหญิงคนหนึ่งไปแจ้งทำบัตรประชาชนใหม่ เพื่อนำไปลงทะเบียนโครงการเราชนะ แต่ทางธนาคารตรวจสอบพบมีเงินในบัญชีหลายล้านบาท ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขที่โครงการกำหนด ทำให้หญิงคนดังกล่าวต้องการเบิกเงินแทน แต่ทางธนาคารพบพิรุธ จึงแจ้งให้นางเบญจวรรณ เจ้าของบัตรประชาชนตัวจริงรับทราบ นางเบญวรรณจึงมาแจ้งความ ก่อนไปที่ว่าการอำเภอ ซึ่งทางอำเภอก็ได้คืนสิทธิให้ พร้อมทำบัตรประชาชนใบใหม่ให้ทันที

ต่อมาตำรวจได้เชิญตัวหญิงคนดังกล่าวมาสอบสวนที่ สภ.เขาพนม เธอบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ หรือมีเจตนาปลอมแปลงใด ๆ พร้อมอ้างว่าใช้ชื่อนี้มาตลอด แต่ไม่เคยมีบัตรประชาชน จนเมื่อปี 2532 ไปทำงานที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นนักร้องและเด็กเสิร์ฟตามร้าน ก็ใช้ชื่อและนามสกุลนี้ จนย้ายมาอยู่ที่กระบี่เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ก็ไปแจ้งที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกอตง เพื่อทำบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ออกบัตรให้ และใช้รักษาตัวเรื่อยมา

จนกระทั่งมีโครงการเราชนะ ให้คนที่ไม่มีสมาร์ตโฟนไปลงทะเบียน จึงเดินทางไปที่ธนาคารกรุงไทย แต่ไม่มีบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่จึงให้ไปทำบัตรใหม่ เธอจึงเดินทางไปทำบัตรประชาชนที่อำเภอเขาพนม เมื่อได้บัตรมาแล้วก็ไปธนาคาร แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าไม่ได้รับสิทธิโครงการเราชนะ เพราะมีเงินในบัญชีเกิน 500,000 บาท เธออ้างว่าตอนนั้นบอกเจ้าหน้าที่ไปว่าให้ตรวจสอบให้ดี และไม่มีเจตนาที่จะถอนเงิน

ล่าสุด ผู้กำกับการ สภ.เขาพนม เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำ หญิงคนดังกล่าวยอมรับว่า เดิมนั้นมีชื่อว่า นางสาวเข็มเพ็ชร หอมสมบัติ แต่ไม่เคยมีบัตรประชาชน เพราะไปทำงานที่อำเภอหาดใหญ่ จากนั้นก็เดินทางไปประเทศมาเลเซีย ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่กระบี่เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา พอไปทำบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค แจ้งชื่อเข็มเพ็ชรไป เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่มีชื่ออยู่ในระบบ จึงแจ้งอีกชื่อหนึ่งไป ปรากฏว่ามีอยู่ในระบบ และไม่ได้ซ้ำกับใคร จึงใช้ชื่อนั้นเรื่อยมา

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหานางสาวเข็มเพ็ชรในความผิด 3 ข้อหา