สนามข่าว 7 สี

วิกฤตไฟป่า ส่งผลให้เกิดหมอกควันปกคลุมทั่วทั้งเมือง จ.เชียงใหม่

สถานการณ์ฝุ่นควัน ที่เกิดจากการลักลอบจุดไฟเผาป่า ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงวิกฤต หลังพบว่าเพลิงลุกไหม้โหมหนัก กินเนื้อที่ป่าไปมากกว่า 100 ไร่ ภายในวันเดียว

เมื่อเช้าวานนี้ (3 ก.พ.) ภายในตัวเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ถูกปกคลุมไปด้วยควันจากไฟป่า ทำให้ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยฝุ่นควัน ขมุกขมัวอย่างหนัก จากการตรวจสอบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ตลอดทั้งวัน ด้วยเครื่องตรวจวัดของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าหลายพื้นที่ในจังหวัดมีค่าปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยสูงเกินค่ามาตรฐานกว่า 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนหลายคนมีอาการแสบตา แสบจมูก ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จึงสั่งการให้นำรถน้ำดับเพลิง ออกฉีดพ่นน้ำตามต้นไม้ บริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนมาออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ

เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ เร่งนำเฮลิคอปเตอร์แบบ KA-32 ขึ้นบินตักน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว อำเภอแม่วาง เพื่อบินโปรยน้ำดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างหนัก บริเวณแนวสันเขาป่าแม่วาง ตำบลทุ่งปี้ พบมีพื้นที่ถูกไฟป่าเสียหายมากกว่า 100 ไร่

ทั้งนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งที่เกิดไฟป่า เกิดจากเกษตรกรบางคนต้องการรุกล้ำผืนป่า เพื่อขยายพื้นที่ทำการเกษตร จึงไช้วิธีลักลอบจุดไฟเผาป่า แต่กลับไม่สามารถควบคุมพื้นที่ของการเผาไหม้ได้ ทำให้เพลิงลุกลามไปทั่วทั้งป่า ส่งผลให้เกิดควันกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ตามอำเภอรอบนอก ก่อนที่ฝุ่นควันจะลอยเข้ามาปกคลุมในตัวเมือง ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ย้ำเตือนว่าห้ามการเผาทุกชนิดในที่โล่งแจ้ง โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อวานนี้ (1 มี.ค.) ไปจนถึง 30 เมษายนนี้ หากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษทั้งจำและปรับ