เช้านี้ที่หมอชิต

สลด ลูกชายคลั่งยาบ้าทุบศีรษะพ่อป่วยติดเตียงดับ พบเพิ่งพ้นโทษประมาณ 2 เดือน

เช้านี้ที่หมอชิต - เกิดเหตุสลด เมื่อลูกชายคลั่งยาบ้าใช้ไม้และสากทุบศีรษะพ่อแท้ ๆ ซึ่งป่วยติดเตียง เสียชีวิต ตรวจสอบพบชายคนนี้เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ ในคดียาเสพติดและทำร้ายแม่ ได้ประมาณ 2 เดือน

ตำรวจ สภ.ธวัชบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในบ้านพักพื้นที่ ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด พบศพชายป่วยติดเตียง อายุ 60 ปี สภาพถูกของแข็งทุบที่หน้าผากและศีรษะจนกะโหลกยุบ ใกล้ศพพบท่อนไม้ และสากเปื้อนเลือดตกอยู่ นอกจากนี้ยังพบยาบ้าครึ่งเม็ดและอุปกรณ์การเสพอยู่ข้างบ้านด้วย

สอบสวนภรรยาผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใคร เป็นลูกชายแท้ ๆ อายุ 36 ปี ก่อนเกิดเหตุลูกได้เสพยาบ้าก่อนจะเมาอาละวาด โดยตะโกนว่าจะมีคนมาทำร้าย ก่อนจะเดินถือท่อนไม้และเสียมออกไปทุบบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จนประตูบ้านพังเสียหาย 2 บาน จังหวะนั้นลูกชายของเพื่อนบ้านเข้ามาห้ามปราม ก่อนจะพาตัวลูกชายของเธอกลับมาส่งที่บ้าน

แต่ปรากฏว่าลูกชายอาละวาดหนักอีกครั้ง เธอเห็นท่าไม่ดีเกรงจะถูกทำร้าย จึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่ขณะกำลังวิ่งออกจากบ้าน ได้ยินเสียงคล้ายคนทุบอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปมอง พบว่าลูกกำลังใช้สากทุบศีรษะพ่อตัวเอง เธอตกใจสุดขีด รีบร้องเรียกให้ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วย ก่อนจับตัวลูกชายไว้ได้

ผู้เป็นแม่เผยอีกว่า ลูกชายเพิ่งพ้นโทษเมื่อปลายเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว (2563) ในคดียาเสพติดและทำร้ายบุพการี โดยใช้สันมีดฟันหลังเธอบาดเจ็บ หลังออกจากคุกก็ไม่กินข้าวกินน้ำ เสพยาบ้าอย่างเดียว และคลุ้มคลั่งอาละวาดอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งครั้งนี้ถึงขั้นลงมือฆ่าพ่อตัวเอง เธอรู้สึกเสียใจมาก และไม่ขอให้อภัยกับการกระทำของลูก อยากให้ตำรวจดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้ออกมาจากคุกอีก

เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเมาอาละวาดอยู่ภายในบ้าน ก่อนจะเดินถือเสียมและท่อนไม้ ข้ามถนนมาทุบบริเวณประตูหน้าบ้านทั้งสองบาน และร้องเรียกบอกให้เธอและลูกสาวออกมา พร้อมขู่จะเผาบ้าน จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ได้เดินหาน้ำมัน เตรียมจุดไฟเผา เธอจึงตะโกนร้องให้ลูกชายเข้าช่วยเหลือ ก่อนจะคุมตัวผู้ก่อเหตุกลับไปส่งที่บ้าน ซึ่งขณะที่เธอหลบอยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงทุบตีอย่างแรง แต่ก็ไม่คิดว่าผู้ก่อเหตุจะลงมือฆ่าพ่อตัวเอง

เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าบุพการี และเตรียมส่งตัวไปบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลต่อไป