เช้านี้ที่หมอชิต

แฉอีก ครูมีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนในห้องน้ำ พบมีเหยื่อหลายคน - เพื่อนครูจี้ลงโทษขั้นสูงสุด

เช้านี้ที่หมอชิต - จากกรณีพ่อของนักเรียนหญิงชั้น ม.1 เข้าแจ้งความ หลังมีคลิปว่อนโซเชียลขณะครูมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวในห้องน้ำโรงเรียน ล่าสุด ถูกแฉซ้ำอีกว่าครูคนนี้ก่อเหตุกับนักเรียนหญิงหลายคน ขณะที่เพื่อนครูในโรงเรียนจี้ให้ลงโทษขั้นสูงสุด 

ผู้ปกครองชาวอำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ นำหลักฐานคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ และข้อความแช็ตเชิงชู้สาว ระหว่างครูประจำชั้นอายุ 30 ปี กับลูกสาวของตัวเอง เข้าแจ้งความกับผู้กำกับการ สภ.กระสัง ให้เอาผิดกับครูคนนี้ หลังกระทำชำเราลูกสาวในห้องน้ำโรงเรียน และแอบถ่ายคลิปไว้ด้วย

จากนั้นครูยังได้ส่งข้อความหาลูกสาวในลักษณะข่มขู่ ห้ามเอาเรื่องไปบอกใคร และถ้าผู้ปกครองรู้ก็อย่าแจ้งความ อ้างว่าเดี๋ยวจะตกลงและรับผิดชอบเอง แต่ถ้าแจ้งตำรวจจะรับผิดชอบไม่ได้ ทำให้เด็กหวาดกลัวและยอมทำตาม

หลังเกิดเหตุ ผอ.ของโรงเรียนมัธยมดังกล่าว ระบุว่า ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว และได้เร่งรัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากพบมีมูลตามที่ถูกกล่าวหา ก็จะตั้งกรรมการสอบเอาผิดทางวินัยตามขั้นตอน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สอบถามจากตัวครูที่ถูกกล่าวหาโดยตรง เพราะยังติดต่อไม่ได้ 

ล่าสุด นักเรียนหญิงชั้น ม.5 ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกคน และเป็นรุ่นพี่ของน้อง ม.1 ที่ถูกครูดังกล่าวกระทำชำเรา ออกมาแฉซ้ำถึงพฤติกรรมของครูคนนี้ว่า ตอนที่เธอเรียนอยู่ ม.2 ก็เคยถูกครูพยายามลวนลาม และส่งแช็ตทางเฟซบุ๊กมาหาในลักษณะชู้สาวและคุกคามทางเพศ แต่เธอไม่เล่นด้วย และได้นำเรื่องนี้ไปบอกผู้ปกครอง และแจ้งครูที่โรงเรียนให้รับทราบเพราะรู้สึกกลัว ซึ่งที่ผ่านมาทาง ผอ.ก็เคยเรียกครูคนนี้ไปตักเตือนแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมเดิม พยายามลวนลามแตะเนื้อต้องตัวนักเรียนหญิงในโรงเรียนอีกหลายคน 

ส่วนน้อง ม.1 ที่มีการแชร์คลิปว่อนโซเชียลขณะมีความสัมพันธ์กับครูคนนี้ อาจเพราะความใกล้ชิดเนื่องจากเป็นครูประจำชั้น จึงอาจจะถูกครูหลอกล่อได้ง่าย จากกรณีที่เกิดขึ้นอยากให้เอาผิดกับครูคนนี้ให้ถึงที่สุด เพราะถ้าแค่ให้ย้ายออก ก็อาจจะไปก่อเหตุกับนักเรียนคนอื่นอีก

ขณะที่เพื่อนครูในโรงเรียน บอกว่า ครูคนนี้ย้ายมาเมื่อประมาณปี 2560 เท่าที่สังเกตจะชอบแตะเนื้อต้องตัวนักเรียนหญิงเกินเลยกว่าการเป็นครูกับลูกศิษย์ เช่น โอบกอด จับแก้ม หรือถึงขั้นใช้มือล้วงเข้าไปในคอเสื้อ ซึ่งก็มีนักเรียนหลายคนมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับพฤติกรรมของครูคนนี้ เขาในฐานะเพื่อนครูด้วยกันก็เคยเตือนแต่ก็ยังไม่หยุด  

กระทั่งมีเรื่องอื้อฉาวถึงขั้นมีสัมพันธ์กับนักเรียนในโรงเรียน ในฐานะอาชีพครูด้วยกันก็รู้สึกอาย และการกระทำของครูเพียงคนเดียวก็ส่งผลกระทบกับครูคนอื่น ที่เขามีความตั้งใจในการทำหน้าที่ครูเป็นอย่างดี ก็ต้องมาถูกมองในทางเสียหาย ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้งจากตัวนักเรียนและผู้ปกครอง ทั้งที่ครูคนอื่นไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนี้

ส่วนตัวอยากให้ลงโทษตามกฎหมาย ไม่ควรจะปกป้อง เพราะคนแบบนี้ไม่ควรอยู่ในวงการการศึกษา เนื่องจากสร้างความเสื่อมเสียกับเพื่อนครู และผิดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพครูด้วย