รอบรั้วเอเชีย

หลายชาติในยุโรป กลับมาฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกาอีกครั้ง

ทางการเยอรมนี ฝรั่งเศส และโปรตุเกส เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้อนุญาตให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซนเนกา ในประชาชนอีกครั้ง ภายหลังจากที่องค์การยาแห่งยุโรป หรือ อีเอ็ม (EMA) ประกาศว่า วัคซีนดังกล่าว มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งประโยชน์ที่ได้รับนั้น มีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน นายฌอง กัสเต็กซ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซนเนกา แล้ว ในวานนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ที่อาจจะยังคงกังวลกับ กรณีลิ่มเลือดอุดตัน

ด้านรัฐมนตรีสาธารณสุขของไต้หวัน เปิดเผยว่า จะเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตรา เซนเนกา ให้กับเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรก ซึ่งมีจำนวน 60,000 คน ในวันจันทร์ที่ 22 มีนาคมนี้ หลังผ่านการรับรองใช้งานจากรัฐบาลแล้ว โดยวัคซีนมีจำนวน 117,000 โดส เดินทางถึงไต้หวันเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ไต้หวัน มีผู้ป่วย ที่กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพียง 35 คนเท่านั้น ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด ได้ดีที่สุด เป็นลำดับต้น ๆ ของโลก

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา แถลงพบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เป็นรายที่ 2 ของประเทศ โดยเป็นหญิงชาวกัมพูชา อายุ 62 ปี ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในกรุงพนมเปญ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งนี้กัมพูชา มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมในประเทศ 1,578 คน

ส่วนทางด้านมาเลเซีย เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทซิโนแวค ให้กับประชาชนแล้ว วานนี้ โดยนายไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมาเลเซีย เป็นคนแรก ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนดังกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซีย มีแผนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนประชากรทั้งหมดกว่า 31 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้

ด้านฟิลิปปินส์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากถึง 7,103 คน ซึ่งนับเป็นยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่มากที่สุด นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 640,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 12,900 คน ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ทางการฟิลิปปินส์ ประกาศอนุมัติวัคซีนต้านโควิด-19 สปุตนิกไฟว์ จากรัสเซีย ใช้เป็นกรณีฉุกเฉินในประเทศแล้ว ซึ่งเป็นวัคซีนลำดับที่ 4 ที่สามารถใช้ในประเทศได้ ต่อจากไฟเซอร์-ไบออนเทค แอสตราเซนเนกา และซิโนแวค ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์วางแผนจะฉีดวัคซีน ให้ประชาชนราว 70 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้