สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ฝาแฝดถูกคู่อริบุกถล่มบ้าน ปีนหลังคาหนีเอาชีวิตรอด

ที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ฝาแฝดร้องตำรวจถูกแก๊งวัยรุ่นยกพวกมาถล่มถึงบ้าน เล่านาทีชีวิตห่วงลูกน้อยอายุ 3 ขวบ ปีนช่องหลังคาหนีตาย ด้านเพื่อนบ้านระทมถูกแก๊งวัยรุ่นพังประตูทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง วอนกลับมาช่วยซ่อมด้วย

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยนาทีโหด กลุ่มวัยรุ่นบางละมุง จังหวัดชลบุรี ยกพวกขี่รถจักรยานยนต์มาไม่ต่ำกว่า 20 คัน พร้อมรถกระบะอีก 2 คัน ปิดทางเข้าออกบ้านฝาแฝด พร้อมอาวุธครบมือ ทั้งมีด ไม้หน้าสาม หมายจะจบแค้นโดยเฉพาะกับแฝดผู้น้อง

นายโกมินทร์ บุญมั่น หรือ โอ และ นายโกมล บุญมั่น หรือ เอ สองพี่น้องฝาแฝด อายุ 21 ปี เปิดใจว่า ก่อนเกิดเหตุ นายโอ ได้นอนอยู่ในห้องกับภรรยา และลูกสาวอายุ 3 ขวบ จากนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ขับวนไปมา แต่คิดว่าไม่มีอะไร กระทั่งจู่ ๆ มีเสียงตะโกนลั่น "ไอ้เอ อยู่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้" นาทีนั้นตนรู้แน่ชัดว่าไม่ปลอดภัยแล้ว จึงได้รีบไปหาน้องชายฝาแฝด และได้ปีนหนีที่ช่องลมระหว่างหลังคากับตัวบ้าน โดย นายเอ สามารถหนีได้ทัน แต่ นายโอ พลาดท่าถูกกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุเห็นเสียก่อน จึงถูกฟันเข้าที่ขาซ้าย

นายโกมล แฝดน้อง บอกว่า สาเหตุเกิดจากที่รุ่นน้องในกลุ่มได้ไปทะเลาะกับคู่อริ ทางคู่อริรู้จักตนจึงอยากให้ไปช่วยเคลียร์ แต่ตนไปไม่ได้เพราะดึกแล้ว จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คู่อริยกพวกมาทำร้ายตนถึงบ้าน แต่ตนก็ไม่เข้าใจเพราะไม่ใช่เรื่องของตนโดยตรง เหตุใดถึงได้ยกพวกมาถล่มถึงบ้าน

เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่านาทีเกิดเหตุ เดินสวนกับกลุ่มคนร้าย โดนตะคอกใส่หน้า ก่อนตั้งสติขู่แจ้งความ คนร้ายจึงหลบหนีไป แต่ยืนยันจำหน้าได้ชัด และชี้เป้าให้ตำรวจไปแล้ว

คนที่โชคร้ายที่สุดในเรื่องนี้ น่าจะเป็นเพื่อนบ้านที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นถล่มเป็นหลังแรก เพราะเจ้ากรรมบ้านดันไปสีฟ้าเหมือนกับบ้านฝาแฝด ทำให้กลุ่มผู้ต้องหาบุกถล่มพังประตู หน้าต่าง จนพังยับ ด้านเจ้าตัวบอกตนเองทำอาชีพหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินที่จะซ่อมบ้าน จึงวอนผู้ก่อเหตุโปรดเห็นใจ เข้ามาขอโทษและซ่อมบ้านให้ด้วย

ด้านการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ผู้กำกับการ สภ.บางละมุง บอกว่า จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้เสียหายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุที่บุกมาที่บ้านเป็นแก๊งคู่อริกัน โดยผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มบางละมุง ส่วนผู้เสียหายเป็นกลุ่มหนองเกตุใหญ่ หากทั้ง 2 กลุ่มนี้ เจอหน้ากันเมื่อไหร่ มักจะมีเรื่องกันทุกครั้ง

การก่อเหตุในครั้งนี้เข้าข่ายบุกรุกในยามวิกาล และทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกาย ต้องสอบสวนอีกครั้งว่าเข้าข่ายหรือไม่