ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ถอดบทเรียนค่าโง่โฮปเวลล์

คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ยังอยู่กับการถอดบทเรียนค่าโง่โฮปเวลล์ จะสะสางสาวไปถึงคนทำผิด จับมาลงโทษได้หรือไม่ ติดตามจากคุณสมโภชน์ โตรักษา

กลโกงที่นำไปสู่ความเสี่ยงที่รัฐอาจต้องเสียเงินกว่า 24,000 ล้านบาท จ่ายให้บริษัทโฮปเวลล์ มีจุดเริ่มต้นจากไหน จะไปจบที่ใด สังคมไทยควรถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุค่าโง่ซ้ำซากอย่างไร ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

อภิมหาโครงการสุดอื้อฉาวที่คาราคาซังมากว่าสามสิบปี มีใบเสร็จการทุจริตให้เห็น จากเสาตอม่อที่สร้างไม่เสร็จ พบพิรุธในหลายขั้นตอน จนมีข้อเสนอให้ฟ้องเอาผิด นักการเมือง ข้าราชการ และเอกชน เหมือนกรณีโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งนำคำพิพากษาคดีอาญา ไปรื้อคดีในศาลปกครองสูงสุด จนคดีพลิก ไม่ต้องจ่ายค่าโง่ 9,600 ล้านบาทมาแล้ว แต่น่าเสียดายผ่านมาหลายปี ยังไม่เคยมีการนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลอาญา ทั้ง ๆ ที่ในรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง การปฏิบัติตามกฎหมายของโครงการโฮปเวลล์ ของคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่รายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 3 กันยายน ปีที่แล้ว มีข้อเท็จจริง พยานหลักฐานเบื้องต้น ชี้ได้ว่า มีการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทุจริตประพฤติมิชอบของผู้เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ทั้งภาคการเมือง ภาครัฐและเอกชน

มีประเด็นชวนคิดด้วยว่า เหตุใดจึงมีบริษัทเอกชนมาซื้อโครงการโฮปเวลล์ที่ติดคดีคาราคาซังด้วยเงิน 500 ล้านบาท พ่วงด้วยเงื่อนไขว่าบริษัทโฮปเวลล์จะได้เงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 กรณีชนะคดีได้ค่าชดเชยจากรัฐ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะชนะคดีหรือไม่

มีข้อคิดจากประธานผู้ตรวจการแผ่นดินให้ทุกรัฐบาลใช้คดีโฮปเวลล์ เป็นอุทธาหรณ์ ทำสัญญาโครงการใหญ่ อย่าคิดแค่ผลตอบแทน

จะเห็นได้ว่าโครงการนี้มีหลายอย่างชวนสงสัย ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงการพลิกกลับ มาชนะคดีในชั้นศาลปกครองสูงสุด แต่ก็ยากที่จะหาหลักฐานเอาผิดขบวนการโกงเงินแผ่นดิน

ยังไม่ถึงกับหมดหวังที่จะลากตัวคนผิดมาลงโทษ ตราบใดที่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นทำงานอย่างจริงจัง ตอนหน้าคอลัมน์หมายเลข 7 เกาะติดแนวทางสู้คดีค่าโง่ 24,000 ล้านบาท มีลุ้นไม่ต้องจ่ายอย่างไร ติดตามวันพรุ่งนี้