เช้าข่าว 7 สี

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ยืนยันคุมได้ผู้ติดเชื้องานปาร์ตีอีเวนต์

สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ยังคงเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ โดยตั้งเป้าว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนชาวภูเก็ต อย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ส่วนกรณีที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8 คน ซึ่งเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ และปาร์ตี้อีเวนต์คัลเลอร์ในพื้นที่เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต

นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะมีประสบการณ์จากการระบาดในครั้งก่อนหน้านี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามสอบสวนโรคทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาตรวจเชื้อและกักตัวตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข 

เช่นเดียวกับที่จังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 คน เชื่อมโยงกับสถานบันเทิงในเชียงใหม่ และใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ตรวจเชื้อพนักงานในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีประวัติผู้ติดเชื้อหญิงรายหนึ่งเป็นยูทูบเบอร์สาวเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มาเที่ยว ทำรายการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ หลายแห่ง ช่วงวันที่ 29-31 มีนาคม ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยูทูบเบอร์สาวรายนี้ยังมีประวัติไปสถานบันเทิงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ แต่เจ้าหน้าที่ยังรอผลการสืบสวนโรคว่าผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นคนนำเชื้อมาแพร่ในจังหวัดเชียงใหม่ หรือไม่ และจะเก็บตัวอย่างกลุ่มเสี่ยงไปตรวจประมาณ 300 คน

ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 คน กระจายใน 4 อำเภอ คือ อำเภอเมืองชลบุรี 1 คน อำเภอศรีราชา 4 คน อำเภอบางละมุง 5 คน โดยเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงทองหล่อ 2 คน และงานมอเตอร์โชว์จังหวัดนนทบุรี 2 คน ขณะนี้สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี กำลังเร่งค้นหาคนติดเชื้อเชิงรุก

นอกจากนี้ยังส่งผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงไปตรวจหาเชื้อ 207 คน และยังตรวจผู้ที่ทำงานตามสถานบันเทิงในชลบุรี อีก 806 คน อีกทั้งขอให้ผู้ที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งพนักงานสถานบันเทิงในอำเภอเมืองชลบุรี ศรีราชาและบางละมุง ทุกคนไปตรวจหาเชื้อโดยด่วน

ในส่วนของจังหวัดต่างๆ ที่ประกาศให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 5 จังหวัดสีแดง กักตัวดูอาการ 14 วัน เท่าที่ตรวจสอบล่าสุด ประกอบด้วย บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา บึงกาฬ สกลนคร สุรินทร์ มุกดาหาร ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา และพะเยา แต่ขอให้ติดตามประกาศแต่ละจังหวัดเป็นหลัก