7HD ร้อนออนไลน์

ชูวิทย์ แฉเลานจ์วีวีไอพี นักการเมืองเจรจาธุรกิจโครงการหมื่นล้าน เรียกร้องยอมรับความจริง เปิดเผยไทม์ไลน์หยุดโควิด

เวลา 14.00 น. วันนี้ (8 เม.ย. 64) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เปิดเผยถึงกรณีมีการแพร่ระบายโควิด-19 จากทองหล่อ ทำให้มีการโยงถึงบุคคลระดับรัฐมนตรี นักการเมือง สส. ข้าราชการระดับสูง และ นักธุรกิจระดับประเทศ จำนวนหลายคนที่ติดเชื้อขณะนี้

นายชูวิทย์ ระบุว่า “คริสตัลคลับ” เปรียบเทียบเสมือน “ไทยคู่ฟ้าคลับ” เพราะมีคนใหญ่คนโตระดับประเทศไปเที่ยวกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผับ บาร์ และ มีโซนวีวีไอพีที่รับสำหรับแขกพิเศษ โดยมีเจ้าของเป็นนายทหารคนดัง อักษรย่อ อ. หรือ อ๊อด สำหรับการไปสถานที่แบบนี้ทั้งผู้ประกอบอาชีพ และ แขกต่างๆไปได้ ไม่ได้ผิด เพราะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดแบบนี้เมื่อไม่ได้ระวังตัวตั้งแต่แรกก็ต้องยอมรับ ซึ่งจะต้องเปิดเผยถึงข้อเท็จจริงในเรื่องไทม์ไลน์ที่แท้จริง เนื่องจากทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน เช่น วินจักรยานยนต์ แท็กซี่ เด็กเสิร์ฟ และอื่นๆ เพราะ อาจขาดรายได้

ส่วนตัวที่ออกมาพูดแบบนี้ เพียงต้องการเรียกร้องรัฐมนตรีและคณะให้เปิดไทม์ไลน์ที่แท้จริง เพื่อให้สังคมและประชาชนเห็นเป็นตัวอย่าง ซึ่งแบบนี้จะทำให้เกิดความน่ายกย่องมากขึ้นด้วยซ้ำ ส่วนผู้มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เพราะไม่ใช่เรื่องผิด เพียงควรออกมาขอโทษประชาชนที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดครั้งนี้ อีกทั้งไม่ใช่สถานที่ผิดกฎหมาย

นายชูวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า คลัสเตอร์คริสตัลคลับรอบนี้จะมีการแพร่กระจายเชื้อออกไปมากกว่าคัสเตอร์ของดีเจมะตูม เพราะ คัสเตอร์รอบนี้ระบาดในกลุ่มคนรวย ผู้นำประเทศ ที่ต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก และเดินทางไปหลายแห่ง

พร้อมกันนี้นายชูวิทย์ ยังระบุอีกว่า ตนมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายทะเบียนรถของรัฐมนตรีที่เข้าไปจอดยังลานจอดรถวีวีไอพี ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งได้เปิดคลิปบรรยากาศภายในสถานบันเทิงดังกล่าวว่าภายในมีกิจกรรมอย่างไรบ้าง โดยภาพที่เห็นมีความใกล้ชิดและเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดได้โดยง่าย

ส่วนกรณีที่รัฐบาล โดย ศบค.มีมาตราการให้สถานบันเทิงที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ครั้งนี้ปิดเป็นระยะเวลา 14 วัน นายชูวิทย์ บอกว่า สถานบันเทิงที่เป็นลักษณะแบบนี้ไม่ใช่มีเพียงในกรุงเทพเท่านั้น แต่มีพื้นที่อื่นอีก ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น พิษณุโลก และ อีกหลายๆที่ ซึ่งมองว่ารัฐควรมีมาตราการที่แน่วแน่ มั่นคง ถึงจะควบคุมโควิด-19 ได้จริง และควรจำกัดในสิ่งที่ควรจำกัด ถ้าจะป้องกันไม่ได้ ต่อให้ปิด 14 วัน กลับมาเปิดอีกก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์โควิดได้เช่นเดิม