เจาะประเด็นข่าว 7HD

แจ้ง 4 ข้อหาหนัก ดาบตำรวจเสพยาจนหลอนยิงญาติตัวเองเสียชีวิต

จากกรณีช่วง 19.30 น. วานนี้ (7 เม.ย.) เกิดเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตบริเวณข้างโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ตรวจสอบพบชายอายุ 39 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร เข้าที่ใบหน้า 1 นัด และลำตัวอีก 2 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุ เป็นดาบตำรวจนายหนึ่ง อายุ 38 ปี สังกัด สภ.สะเดา ซึ่งเป็นญาติสนิทของผู้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุได้ขับรถวนเวียนไปมาในจุดเกิดเหตุก่อนที่จะหลบหนีไป

ต่อมาตำรวจเร่งปิดล้อมกดดัน พร้อมให้ญาติเข้าเจรจาเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 4 ชั่วโมง กระทั่งช่วง 01.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าตัวทนแรงกดดันไม่ไหว ยอมมอบตัวแต่โดยดี

สอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุบอกว่า ดาบตำรวจนายนี้ มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดมานานแล้ว จนถูกสั่งพักราชการ เพราะพัวพันกับคดียาเสพติด และเสพยาเสพติดจนหลอน

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (8 เม.ย.) ตำรวจ สภ.คลองแงะ ได้นำตัวดาบตำรวจที่ก่อเหตุมาสอบสวน แต่ปรากฎว่าเจ้าตัวยังพูดจาไม่รู้เรื่อง และให้การวกวน บอกว่าไม่ได้ฆ่าใครตาย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นฤทธิ์ของยาบ้าที่เสพเข้าไปจำนวนมาก

เบื้องต้นได้แจ้ง 4 ข้อหาหนัก คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาเสพติด ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาของผู้ก่อเหตุ อยู่ระหว่างดำเนินเรื่อง ให้มีการไล่ออกจากราชการ

ขณะที่แม่ของดาบตำรวจผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า หลังจากลูกชายเรียนจบ ก็สอบเข้ารับราชการตำรวจตั้งแต่ปี 2547 ย้ายที่ทำงานมาแล้วหลายโรงพัก กระทั่งช่วงหลัง ลูกชายเริ่มติดยาเสพติด จึงพาไปรักษามาหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม หลังเกิดเหตุรู้สึกเสียใจมาก ไม่คิดว่าเรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง