เจาะประเด็นข่าว 7HD

รายงานพิเศษ : สังคมจี้บุคคลมีชื่อเสียงเปิดไทม์ไลน์ – ชูวิทย์แฉผับดังย่านทองหล่อ แหล่งเที่ยวนักการเมือง

กลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมเริ่มหวาดกลัวหลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ กลับมาอีกครั้งในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในต้นตอแพร่ระบาดที่สำคัญเกิดขึ้นในสถานบันเทิงชื่อดังย่านทองหล่อ

เชื้อโควิด-19 พ่นพิษ ส่งผลให้ลูกค้าระดับบิ๊กเนมหลายคนที่ไปใช้บริการติดเชื้อกันเป็นแถว ทั้งดาราชื่อดัง ไฮโซและข้าราชการระดับสูง

ต่อมาคนในสังคมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียดของบุคคลเหล่านี้ เพื่อหาต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หนึ่งในนั้นคือ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งการเปิดเผยไทม์ไลน์มีแค่การทำงานที่อยู่ในกระทรวงและเดินทางไปเปิดงานร่วมกิจกรรมตามที่ต่างๆ เท่านั้น แต่ไทม์ไลน์บางช่วงข้อมูลกลับหายไป

ด้านไทม์ไลน์ของ พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่งได้รับการเปิดเผย พบว่าส่วนใหญ่ทำงานอยู่ที่กรมประชาสัมพันธ์ และเดินทางไปเตะฟุตบอลกระชับมิตรกับทหารในหน่วยต่างๆ หนึ่งในนั้นมีทหารนายหนึ่งมีประวัติเดินทางไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อ นอกจากนี้ยังมีข้าราชการอีกหลายหน่วยงานเริ่มทยอยติดเชื้อโควิด-19 จนต้นสังกัดต้องออกเอกสารชี้แจงให้ประชาชนทราบ และให้ทุกคนแจงไทม์ไลน์ของตัวเองอย่างละเอียด

สำหรับการไม่เปิดเผยไทม์ไลน์ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งการระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง หลังเชื้อกระจายไปทั่วประเทศ ติดเชื้อไปแล้วหลายร้อยคน

ขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ทนไม่ไหว ออกมาแฉถึงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในครั้งนี้ว่าต้นตอทั้งหมดเกิดจากผู้มีอิทธิพลบางคนที่ต้องการหาความสุขให้ตัวเองแต่กลับส่งผลกระทบให้คนจำนวนมากต้องได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการไม่เปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียดของตัวเองอาจส่งผลกระทบให้คนจำนวนมากได้รับเชื้อแบบไม่ทันป้องกันตัว

สำหรับสถานบันเทิงชื่อดังย่านทองหล่อ ถือเป็นแหล่งรวมพลของนักการเมือง คนมีชื่อเสียง นัดมาตกลงเจรจาธุรกิจระดับร้อยล้านพันล้าน เมื่อเข้าไปภายในจะแบ่งโซนแยกเกรดตั้งแต่ระดับทั่วไปไปจนถึงระดับ VVIP โดยไม่มีมาตรการป้องกันโรคโควิด-19                 

นอกจากนี้นายชูวิทย์ยังฝากถึงนักเที่ยวว่าช่วงนี้ควรงดการออกไปสังสรรค์นอกบ้านและหันกลับมาให้ความสุขกับคนในครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดไปมากกว่าเดิม

หลังจากนี้คงต้องเฝ้าดูว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบนี้ จะส่งผลเป็นวงกว้างมากน้อยแค่ไหน แต่สุดท้ายคงหนีไม่พ้นคนไทยทั้งประเทศที่ต้องได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบที่เกิดขึ้น