เจาะประเด็นข่าว 7HD

เผยวัคซีนโควิด-19 ในไทยยังให้ผลดีกับสายพันธุ์อังกฤษ

ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เปิดเผยว่าขณะนี้ประเทศไทย ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วประมาณ 1,100,000 โดส จากวัคซีน 2 ยี่ห้อ คือ ซิโนแวค และแอสตราเซเนกา ถูกกระจายไปแล้วทั่วประเทศ จำนวนกว่า 900,000 โดส 

จากข้อมูลจนถึงเมื่อวานนี้ (7 เม.ย. 64) มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 323,989 คน ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข และ อสม. มากที่สุดร้อยละ 42 ส่วนจำนวนผู้ฉีดวัคซีนครบทั้ง 2 โดสแล้วมีจำนวน 49,635 คน

ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ยังเห็นว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจากการทดสอบพบว่าวัคซีนที่มีอยู่ในประเทศไทย ยังคงใช้ได้ผลดีกับไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ แตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งยังไม่พบว่าเข้ามาในประเทศไทย 

ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ เน้นย้ำอีกว่าสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบทั้ง 2 โดสแล้ว ยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้อีกและแพร่กระจายไปสู่คนอื่นด้วย แต่โอกาสที่จะเสียชีวิตหรือติดเชื้อรุนแรงน้อยมาก ดังนั้นแม้ว่าจะฉีดวัคซีนครบแล้วก็ยังคงต้องใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือและเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันตัวเองและป้องกันสังคมรอบข้างด้วย

ส่วนการกระจายวัคซีนต่อจากนี้มีการวางแผนเตรียมฉีดวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดส ซึ่งเป็นจำนวนมากและต้องใช้สถานที่และองค์กรต่างๆ ที่จะช่วยในการกระจายวัคซีนต่อไป พร้อมยืนยันว่าทางภาครัฐไม่ได้ปิดกั้นให้เอกชนนำเข้าวัคซีนแต่อย่างใด

ด้าน นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน บอกว่าการที่ภาคเอกชนสามารถนำเข้าหรือรับวัคซีนยี่ห้ออื่นนอกเหนือจากวัคซีนซิโนแวค และเอสตราเซเนกา เพื่อกระจายให้กับประชาชนถือเป็นการเพิ่มทางเลือกและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของทางภาครัฐ แต่ติดขั้นตอนการจดทะเบียนที่ยุ่งยากและมีหลายกระบวนการที่ต้องใช้เวลา

ทางออกคือ ให้องค์การเภสัชกรรม สำรวจความต้องการและเป็นผู้นำเข้าวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ จากบริษัทผู้ผลิต เข้ามาจำหน่ายให้กับภาคเอกชน เพื่อนำไปกระจายต่อ

และวันนี้ (8 เม.ย. 64) คณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ก็กำลังอยู่ระหว่างการประชุม เพื่อวางแผนกระจายวัคซีนจำนวน 1,000,000 โดส ที่จะมาถึงประเทศไทย ในวันที่ 10 เมษายนนี้