สนามข่าว 7 สี

แจ้งข้อหาหนัก-ไล่ออกจากราชการ ดาบตำรวจยิงญาติเสียชีวิต

ความคืบหน้า ดาบตำรวจที่ก่อเหตุยิงลูกพี่ลูกน้องตัวเองจนเสียชีวิต จนเมื่อวานนี้ก็ยังให้ปากคำไม่ได้ แต่เบื้องต้นตำรวจแจ้งดำเนินคดี 4 ข้อหาหนัก และไล่ออกจากราชการ

แจ้งข้อหาหนัก ดาบตำรวจยิงญาติเสียชีวิต จ.สงขลา
จากกรณีที่ตำรวจยศ ดาบตำรวจ สังกัด สภ.สะเดา จังหวัดสงขลา เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ถึงขั้นใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยิงชายอายุ 39 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องจนเสียชีวิต ก่อนที่จะเข้ามอบตัวกับตำรวจในสภาพที่ยังเมายาเสพติดอย่างหนัก และจากการตรวจสอบประวัติ พบว่าดาบตำรวจคนนี้อยู่ระหว่างพักราชการ เพราะไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

ล่าสุด เมื่อวานนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดาบตำรวจคนนี้ก็ยังไม่สามารถให้การใด ๆ ได้ ซ้ำยังพูดจาวกไปวนมา บอกว่าไม่ได้ฆ่าใครตาย ขณะที่ตำรวจอีกชุดลงพื้นที่ไปยังบ้านจุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม โดยไปพบปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จำนวน 3 ปลอก จึงเก็บเป็นหลักฐาน

ด้าน หญิงอายุ 66 ปี แม่ของดาบตำรวจผู้ก่อเหตุ ออกมาเปิดใจ ลูกชายรับราชการตำรวจมาตั้งแต่ปี 2547 แต่ระยะหลังก็มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด พอครอบครัวทราบก็พยายามพาไปบำบัดรักษาหลายครั้งแล้ว แต่ลูกชายก็ไม่ยอมเลิกยาเสพติดอย่างเด็ดขาด กระทั่งมาเกิดเหตุการณ์คลุ้มคลั่งถึงขั้นฆ่าลูกพี่ลูกน้องตัวเอง

ส่วนในทางคดีนั้น ตำรวจได้ตั้งข้อหาหนัก คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืน ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาเสพติด (ยาบ้า) และจะรอให้ผู้ต้องหามีสติมากกว่านี้ เพื่อสอบปากคำอย่างละเอียด ส่วนโทษทางวินัยนั้น มีคำสั่งให้ไล่ออกจากราชการแล้ว เพราะถือว่าผิดวินัยร้ายแรง

วอนแจ้งเบาะแสรถต้องสงสัย ยิงพนักงาน กฟภ.เสียชีวิต จ.ลพบุรี 
ความคืบหน้าคดีคนร้ายขับรถประกบยิง นายพงษ์เทพ ขันธเขต อายุ 39 ปี หัวหน้าชุดปฏิบัติการฮอตไลน์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคภาคเหนือ เขตลพบุรี จนเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ในเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และพบภาพรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ต้องสงสัย ที่ขับประกบรถของผู้เสียชีวิต จากกล้องติดรถยนต์หน้ารถของผู้เสียชีวิต

ล่าสุด ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ได้ส่งภาพดังกล่าวไปให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ส่วนกลาง) ใช้เทคโนโลยีพิเศษ ช่วยตรวจสอบหมายเลขทะเบียน และหมวดอักษรของรถยนต์คันดังกล่าวแล้ว เพื่อจะหาเบาะแสผู้ครอบครองรถ และบุคคลต้องสงสัย ที่เป็นคนขับรถคันดังกล่าว

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุช่วงเวลาเที่ยงคืนครึ่งเป็นต้นไป (หลังเที่ยงคืนวันที่ 5 เมษายน เข้าสู่วันที่ 6 เมษายน) รถต้องสงสัยคันนี้ได้ขับมุ่งหน้าไปทางอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยหากประชาชนพบเบาะแส สามารถแจ้งมาได้ที่ สภ.เมืองลพบุรี โดยยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดจะเป็นความลับ

ด้านความเกี่ยวโยงเรื่องชู้สาว ที่มีข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตเดินทางไปที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อพบกับหญิงคนหนึ่งนั้น ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปหาข้อมูลแล้ว นอกจากนี้ กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมว่า ได้พูดคุยกับใครก่อนที่จะเกิดเหตุหรือไม่ เพื่อเชื่อมโยงหาเบาะแสไปยังมือปืนรายนี้