เช้านี้ที่หมอชิต

รัฐบาลสองขั้วประชุมฉุกเฉิน หลังเกิดจลาจลในไอร์แลนด์เหนือ

เช้านี้ที่หมอชิต - รัฐบาลอังกฤษและรัฐบาลไอร์แลนด์ ออกมาประณามเหตุจลาจลในไอร์แลนด์เหนือที่เกิดขึ้นมาราวหนึ่งสัปดาห์แล้ว และล่าสุดรุนแรงถึงขั้นมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการปาระเบิดขวด และเผารถประจำทางในกรุงเบลฟาสต์ เมื่อคืนที่ผ่านมา

มีรายงานว่า เหตุจลาจลเกิดขึ้นจากการที่ฝ่ายสหภาพนิยม ไม่พอใจที่ไม่มีการลงโทษคนราว 2,000 คน ที่ไปเข้าร่วมงานศพบุคคลสำคัญของฝ่ายชาตินิยมไอริช เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และยังมีประเด็นน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดกับไอร์แลนด์เหนือจากผลพวงของข้อตกลงถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป ด้วย

โดยสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป อย่างเป็นทางการแล้ว โดยข้อตกลงที่ทำร่วมกันมีผลให้ต้องมีการตรวจสอบทางด้านศุลกากรสินค้าที่ขนส่งผ่านพรมแดนอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ แม้ทั้งสองจะอยู่ภายในสหราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน เนื่องจากไอร์แลนด์เหนือมีพรมแดนติดกับไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกอียู

ขณะนี้ รัฐบาลซึ่งมีการแบ่งสรรอำนาจร่วมกันระหว่างผู้แทนสองขั้ว คือ กลุ่มสหภาพนิยม และกลุ่มชาตินิยมไอริช ได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อจัดการปัญหา โดย นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นยาวนานหลายชั่วโมงเมื่อคืนวันพุธ (7 เม.ย.) และเห็นว่าทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาเจรจากันเพื่อหาทางออกในสิ่งที่เห็นต่างกัน

ด้าน นายไมเคิล มาร์ติน นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ประณามสิ่งที่เกิดขึ้น และเห็นว่าทางออกคือการแก้ปัญหาอย่างสันติและเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย เขาสนับสนุนให้รัฐบาลของทั้งสองฝ่ายและผู้นำกลุ่มต่าง ๆ หันมาร่วมกันจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

ความวุ่นวายระลอกล่าสุดเป็นเหตุให้มีผู้ถูกจับกุมราว 10 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 13 ปี รวมอยู่ด้วย ขณะที่ตำรวจถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บราว 55 นาย

ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาตินิยมไอริชและกลุ่มสหภาพนิยม เกิดขึ้นเป็นเวลายาวนานถึง 30 ปี และทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 3,500 คน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลง กู๊ด ฟรายเดย์ หรือการปกครองแบบแบ่งสรรอำนาจ ในปี 1998 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการเจรจาสันติภาพครั้งสำคัญจากเหตุขัดแย้งที่ยืดเยื้อที่สุดครั้งหนึ่ง