สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : สลดช้างป่าถูกต้นตะเคียนล้มท้บ

ตะเคียนยักษ์อายุร่วม 100 ปี ถูกพายุพัดหักโค่น ทับช้างในปางแม่วางล้ม 3 เชือก อีก 3 บาดเจ็บ ชาวบ้านบอกไม่เคยเห็นพายุที่รุนแรงแบบนี้มาก่อน ขณะที่การเคลื่อนย้ายซากเป็นไปอย่างทุลักทุเล ติดตามจากรายงานคุณชนกันต์ กลิ่นสะอาด

ไม่มีใครคาดคิดว่าพายุฤดูร้อนที่พัดโหมกระหน่ำ ช่วงเย็นของวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา จะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของคนเลี้ยงช้าง หลังต้นตะเคียนทองยักษ์ ซึ่งรากผุ ได้หักโค่นลงมาทับช้างแม่ลูกที่ถูกลามโซ่ไว้ ในเขตพื้นที่ปางช้างแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

กิ่งขนาดใหญ่ได้ฟาดเข้าที่หัวและทับตามลำตัวของพลายแบงค์ ลูกช้างอายุ 4 ปี จนล้ม ทำให้ช้างพังมูล แม่ช้าง รีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกไม้ที่หักแทงทะลุหัว ซึ่งเป็นจุดตาย ทำให้พังมูลล้มลงในเวลาไล่เลี่ยกัน

ส่วนช้างสีดอโจ๊ก พ่อพันธุ์ของปาง ซึ่งผ่านการผสมพันธุ์ช้างมามากกว่า 10 เชือก ที่พยายามวิ่งเข้าไปช่วยช้างแม่ลูก สุดท้ายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนล้มลงในเวลาต่อมา

เจ้าของปางช้าง ยอมรับว่า เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ หลังเผชิญโควิด-19 ทำให้ช้างตกงานมานาน จึงต้องนำช้างจากปางมาล่ามไว้ในป่าลิ้นจี่ เพื่อให้ช้างได้ออกหากินเอง ลดค่าใช้จ่ายได้บ้าง แต่ไม่คาดคิดว่าจะพาช้างมาสู่จุดจบ

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ช้างล้มคาที่ สัตวแพทย์ บอกว่า เป็นเพราะช้างได้รับบาดเจ็บรุนแรง โดยเฉพาะแม่ช้าง ไม้เสียบเข้าไปในหัว จึงไม่มีโอกาสได้ขยับตัว และเชื่อว่าการที่สีดอโจ๊ก และพังมูล พยายามวิ่งเข้าไปช่วยพลายแบงค์ เป็นไปตามสันชาตญาณพ่อกับแม่ และสีดอโจ๊ก ยังเป็นจ่าโขลง ซึ่งต้องปกป้องช้างในโขลง ส่วนช้างที่บาดเจ็บทั้ง 3 เชือก ตอนนี้อาการสงบลงแล้ว โดย 2 เชือกถูกส่งต่อไปอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ ศูนย์อนุรักษ์รักษาช้าง ลำปาง เพื่อประเมินการรักษาอีกที

ส่วนซากช้าง ทางปางได้นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป มาทำพิธีสวดบังสุกุลช้าง ตามความเชื่อของคนเลี้ยงช้าง ก่อนจะใช้รถแบ็กโฮ ค่อย ๆ เคลื่อนย้ายซากช้างออกจากจุดเกิดเหตุ นำไปฝังในสุสานช้างจังหวัดลำปาง เนื่องจากพื้นที่จุดเกิดเหตุเป็นป่าต้นน้ำ และเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ แต่การเคลื่อนย้ายซากช้างครั้งนี้ เป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนอุปกรณ์ขนาดใหญ่เข้าไปยกซากได้ยาก

และเพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ให้ไม่เกิดซ้ำ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่วาง บอกว่า จะเร่งออกประชาสัมพันธ์ให้ทุกปางช้างในพื้นที่หามาตรการรองรับ โดยเฉพาะการล่ามช้างใต้ต้นไม้ จะต้องสำรวจให้ชัดเจนก่อนว่าจะไม่เกิดอันตราย

นับเป็นความสูญเสียของวงการช้างไทย ที่ต้องเสียช้างไปถึง 3 เชือก จากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนที่ไม่มีใครคาดคิด และอยากให้เกิดขึ้นกับสัตว์ใหญ่ สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความกล้าหาญและเจริญรุ่งเรือง