สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : หลักเกณฑ์เมื่อต้องแยกกักตัวที่บ้าน

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่แตะระดับพันรายมาเกือบสัปดาห์ ทำหลายฝ่ายถึงกับเป็นห่วง หวั่นสถานที่กักตัวอาจไม่เพียงพอ กรมการแพทย์จึงออกแนวทางกักตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่รุนแรง อยู่ที่บ้านได้ ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร และจะเริ่มได้จริงหรือไม่ ติดตามจากรายงาน

แม้ยอดผู้ติดเชื้อจะลดลง แต่ก็ยังแตะกลุ่มหลักพันมา 5 วันแล้ว จำนวนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ผู้ติดเชื้อล้นโรงพยาบาล โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แม้ที่ผ่านมาจะมีการสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับถึง 4 แห่ง โดยนำโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ มาทำเป็นโรงพยาบาลสนาม และเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ เอราวัณ 1 และเอราวัณ 2 ซึ่งมีเตียงรองรับประมาณ 1,800 เตียง แต่หากประเมินจากยอดผู้ติดเชื้อที่ต้องกักตัว เห็นได้ชัดว่าไม่มีทางเพียงพอ

เพราะสภาพโรงพยาบาลสนามไม่น่าอภิรมย์ ก่อนหน้านี้ คนดัง เซเลบ จึงพยายามสื่อสารผ่านโซเซียลว่าสามารถกักตัวที่บ้านได้ แต่ที่สุดกระทรวงสาธารณสุขก็ออกมาย้ำชัด ไม่สามารถทำได้ เพราะมีความเสี่ยงหลายประการ ซึ่งสาระที่สำคัญที่สุดก็คือการประเมินอาการของโรค ซึ่งผู้ติดเชื้อแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนไม่มีไข้ แต่ลงปอดภายใน 3 วัน ขณะที่บางคน แม้ผ่านไปร่วมสัปดาห์ก็ยังไม่ปรากฏอาการให้น่าห่วง

อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนว่า โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ที่พบจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ มีความแตกต่างจากสายพันธุ์ที่พบก่อนหน้านี้ คือ ไม่เพียงจะไม่แสดงอาการในช่วงเริ่มแรก แต่ขยายวงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อทะยานขึ้นมาแตะที่หลักพัน

การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อ และขยายออกไปทั่วประเทศ ทำเอาวงการสาธารณสุขไทยถึงกับระส่ำ เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ต้องแบกรับภาระจนงานล้นมือ ไม่ได้กลับบ้านหาครอบครัว และยังต้องเสี่ยงติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ นี่ทำให้กรมการแพทย์ตัดสินใจที่จะออกแนวทางการกักตัวที่บ้าน สำหรับผู้ป่วยไม่มีอาการ

โดยกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจนว่า การแยกตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไปกักตัวที่บ้าน โรงพยาบาลจะต้องเป็นผู้พิจารณา โดยดูจากองค์ประกอบหลายด้าน โดยเฉพาะสถานที่กักตัว ต้องเป็นบ้านเดี่ยว หอพัก หรือคอนโดมิเนียม ที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่

ที่สำคัญ ผู้ติดเชื้อที่จะแยกตัวไปกักที่บ้าน จะต้องลงทะเบียนในระบบของโรงพยาบาล และจะต้องถ่ายภาพรังสีทรวงอก ซึ่งหากพบความผิดปกติ แพทย์แนะนำให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนเกณฑ์การพิจารณาเพื่อการแยกตัว แพทย์จะพิจารณาจากกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ มีอายุไม่เกิน 40 ปี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน ไม่มีภาวะอ้วน น้ำหนักไม่เกิน 90 กก. ไม่มีโรคร่วม เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ และยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเอง

ส่วนการเตรียมตัวกักตัวที่บ้าน ทางโรงพยาบาลจะต้องเตรียมปรอทวัดไข้ วัดค่าออกซิเจนให้กับผู้ป่วยติดเชื้อ ทั้งต้องติดตาม ประเมินอาการผ่านระบบสื่อสารต่าง ๆ เช่น อาการไข้ ค่าออกซิเจน วันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) เป็นระยะเวลา 14 วัน และจัดช่องทางติดต่อในกรณีผู้ติดเชื้อมีอาการเพิ่มขึ้น หรือภาวะฉุกเฉิน อาทิ มีไข้ลอย หอบเหนื่อย หายใจลำบาก สุดท้ายคือ จัดระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล ในกรณีผู้ติดเชื้อจำเป็นต้องย้ายเข้ารับการรักษาต่อในโรงพยาบาล

แต่ทั้งหมดยังเป็นเพียงการออกคำแนะนำเพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์หากผู้ติดเชื้อมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นจะต้องใช้มาตรการ ดังนั้นผู้ที่ติดเชื้อทุกรายจะต้องเข้ามารักษาในโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel ที่ทางภาครัฐกำหนด และหากต้องใช้มาตรการ ก็ต้องรอการออกประกาศที่ชัดเจนอีกครั้ง