ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : บทสรุปชุมชนวังโหรา ค้านเหมืองแร่ควอตซ์

คอลัมน์หมายเลข 7 ยังติดตามความทุกข์ร้อนของชาวบ้านวังโหรา จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากออกมาคัดค้านเหมืองแร่ควอตซ์ ล่าสุด คอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับคำยืนยันว่าโครงการนี้ถูกตีกลับแล้ว ติดตามกับคุณสมโภชน์ โตรักษา

คอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับคำยืนยันล่าสุดจากกรมป่าไม้ เจ้าของพื้นที่ว่าได้ตีกลับโครงการของเอกชนที่ยื่นขอสัมปทานเหมืองแร่ควอตซ์ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติไปให้จังหวัด เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมให้มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะการรับฟังเสียงของชาวบ้านให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ ซึ่งเท่ากับว่า โครงการนี้ยังไม่มีการอนุญาต และถ้าจะเดินหน้าโครงการต่อต้องยื่นคำขอนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนคนสุพรรณบุรี ย้ำถึงโครงการดังกล่าวว่าการพิจารณาขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากชาวบ้านในพื้นที่ไม่ยินยอม

ชาวบ้านนำเราสำรวจจุดที่มีการขอสัมปทานเหมืองแร่ควอตซ์ ที่ถูกระบุว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม แต่แท้จริงแล้วเป็นป่าที่มีพันธุ์ไม้หายาก และอยู่รอยต่อเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย

ล่าสุด ชาวบ้านร่วมกันพัฒนาพื้นที่จัดตั้งเป็นชุมชนท่องเที่ยวบ้านวังโหรา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สร้างมูลค่าและความยั่งยืนให้กับชุมชนมากกว่าการสัมปทาน

ด้วยสภาพพื้นที่มีอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ห้อมล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ สายแคมป์ปิงพลาดไม่ได้ เพราะจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง และที่พลาดไม่ได้หากมาที่นี่แล้วต้องล่องแพเปียกไปสัมผัสแสงสุดท้ายรอยต่อสองจังหวัด ระหว่างสุพรรณบุรีและกาญจนบุรี

การต่อสู้เกือบ 2 ปี ของชาวชุมชนบ้านวังโหรา เป็นตัวอย่างให้เห็นวิถีชุมชน และวิถีป่า สามารถไปด้วยกันได้ การอนุรักษ์ไม่ใช่เพียงแค่ให้ป่าสมบูรณ์ แต่ยังสร้างรายได้ และคุณค่าให้กับชาวบ้านในฐานะเป็นนักอนุรักษ์ ซึ่งน่าจะเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นได้เรียนรู้ด้วย