สนามข่าว 7 สี

ปรับโรงแรม ASQ เป็นโรงพยาบาล อีกทางเลือกในการรักษาโควิด-19

เรามารู้จักกับ Hospitel หรือ สถานที่กักตัวทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโควิดอาการน้อย หรือไม่มีอาการ

สมาคมโรงแรมไทย คาดว่ามีพร้อมรองรับกว่า 9,000 ห้อง โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับการส่งตัวไปเฝ้าระวังสังเกตอาการอยู่ที่ Hospitel และโรงพยาบาลสนาม เพื่อแบ่งเบาปัญหาการรอเตียง

ฮอสพิเทล (Hospitel) คือการนำโรงแรมมาทำเป็นโรงพยาบาล หรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ แบ่งเป็นห้อง ๆ ฮอสพิเทลจะรองรับรับผู้ป่วยสีเขียว สีเหลือง เป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ จนถึงมีอาการน้อย หรือผู้ป่วยที่อาการดีขึ้นแล้วย้ายมาพักฟื้น มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทีวี แอร์ โดยผู้ป่วยจะได้รับการส่งต่อมาจากโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษา โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ยืนยันว่าผู้ป่วยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะ Hospitel ก็ได้รับเงินชดเชยจาก สปสช.เช่นกัน ดังนั้นทั้งผู้ป่วยที่มีประกันสังคม หรือบัตรทอง ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นผู้ป่วยต้องการเข้าพักใน Hospitel โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเกินวงเงินที่ สปสช.ชดเชย

ขณะที่ นางสาวมาริสา สุโกศล หนุนภักดี​ นายกสมาคมโรงแรมไทย พูดถึงรูปแบบความร่วมมือกับภาครัฐฮอสพิเทล คนที่ตรวจแล้วพบเชื้อ โรงแรมที่จะเป็น Hospitel ได้ ส่วนใหญ่ เป็น ASQ หรือ Alternative State Quarantine สถานที่กักตัวทางเลือกมาก่อน โดยได้ผ่านการยกระดับมาตรฐานการป้องกันโรคขึ้นมาในระดับที่เข้มข้นมาก โดยจะจับคู่กับโรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญา และบางโรงแรมก็จับคู่กับโรงพยาบาลของรัฐ

โรงแรมที่ประสงค์จะเข้าเป็น Hospitel ขณะนี้ มีเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ เป็น 4 ดาว 3 ดาว ในเมืองก็มีผู้ป่วยที่ติดโควิด-19 อาการน้อย หรือเป็นคนไข้ที่ได้รับการดูแลรักษาจากโรงพยาบาลรัฐแล้ว 5-7 วัน พออาการดีขึ้นก็ได้มากักตัวที่ Hospitel ต่อ จะได้รับการดูแลรักษาตามอาการ จนครบ 14 วัน และได้รับการสว็อบจนแน่ใจว่าปลอดเชื้อถึงได้กลับบ้าน

สำหรับโรงแรมที่เป็น Hospitel ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ ห้ามเอาแขกที่เป็น ASQ กับ Hospitel มาปนกันอย่างเด็ดขาด ในวิธีปฏิบัติ โรงแรมที่เป็นฮอสพิเทล ห้ามรับแขกภายนอกเข้ามาพักด้วย พร้อมแยกทางเข้าทางออกชัดเจน รายได้จากการ Hospitel ถึงจะไม่มาก แต่ก็จะได้เข้ามาเสริมสภาพคล่องของโรงแรมได้บ้าง และขณะนี้คาดว่ามี Hospitel รวมกว่า 9,000 ห้องที่รองรับผู้ติดเชื้อ แบ่งเบามาจากโรงพยาบาลหลัก และโรงพยาบาลสนาม