เช้านี้ที่หมอชิต

คุมตัวทำแผนฯ คนร้ายจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ อ้างหาเงินจ่ายค่าห้องพัก

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังบุกจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อย่านมีนบุรี และขี่รถจักรยานยนต์วนไปทั่วกรุงเทพฯ หวังสับขาหลอกตำรวจไม่ให้แกะรอยติดตามตัวได้   

เมื่อวานนี้ (20 เม.ย.) นายปรัชญา ดิษฐ์จู และ นายชานนท์ สรเพ็ชร อายุ 21 ปี ถูกตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ริมถนนสามวา เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา 

โดยมีหลักฐานสำคัญจากกล้องวงจรปิดภายในร้านที่บันทึกพฤติกรรมทั้งหมดของพวกเขาเอาไว้ได้ โดยนายชานนท์สวมเสื้อสีดำ ส่วนนายปรัชญาสวมเสื้อสีส้ม ทั้งคู่สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า เดินตรงเข้ามาในร้านสะดวกซื้อ ก่อนชักปืนข่มขู่พนักงานหญิงที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ 3 คน โดยนายชานนท์ จี้บังคับให้พนักงานหญิงเดินไปปิดประตูร้าน ก่อนยืนคุมเชิงไว้ ส่วนนายปรัชญา ใช้ปืนขู่บังคับให้พนักงานอีกคนพาไปเปิดลิ้นชักเก็บเงิน ก่อนกวาดเงินสด 17,675 บาท และบุหรี่ 18 ซอง แล้วหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุตำรวจไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี พบว่าทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าเข้าถนนคู้บอน เรื่อยมาจนถึงซอยนวลจันทร์ พวกเขาขี่วนอยู่ในซอยนานพักใหญ่ แล้วขี่รถย้อนกลับมาถนนรามอินทรา จากนั้นนำรถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ตรงข้ามแยกสวนสยาม ก่อนจะเรียกรถแท็กซี่เพื่อหลบหนีต่อ

ต่อมาช่วง 02.27 น. กล้องวงจรปิดบันทึกภาพรถแท็กซี่ขับเข้ามาส่งพวกเขาที่หน้าปากซอยหทัยราษฎร์ 25 ก่อนคนร้ายจะลงจากรถ เดินเข้ามาในซอยตามปกติ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนถึงช่วงเช้ามืดนายปรัชญาจึงวนกลับไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้กลับมาที่บ้าน ซึ่งการกระทำทั้งหมดของพวกเขา ก็เพื่อตบตาตำรวจให้สับสนเส้นทางการหลบหนี แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด 

ตำรวจสามารถยึดของกลางเป็นมีด เสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ที่ใช้วันก่อเหตุ ส่วนปืนผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นปืนปลอม และโยนทิ้งระหว่างทางหลบหนี ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างกระจายกำลังออกค้นหา ส่วนปมการก่อเหตุนายชานนท์อ้างว่า ต้องการหาเงินไปจ่ายค่าห้องพักที่ติดค้างไว้ จึงชวนนายปรัชญา เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน ขี่รถจักรยานยนต์พาไปก่อเหตุ

หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธ ก่อนคุมตัวทั้งสองคนกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย