7HD ร้อนออนไลน์

ร้านอาหารในเชียงใหม่ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอทบทวนคำสั่งห้ามนั่งในร้านอาหาร

วันนี้ (30 เม.ย.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ ในจังวัดเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 59 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,575 คน มีผู้ป่วยรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 1,807 คน รักษาหายแล้ว 1,766 คน และยอดผู้เสียชีวิตคงเดิม 2 คน โดยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งใน 6 จังหวัดที่ ศบค.ปรับระดับพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ในกลุ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่ ได้พิจารณาปรับมาตรการต่างๆ ให้สอดคล้องกับประกาศของ ศบค. เพื่อยกระดับการป้องกันควบคุมโรค โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2564 นี้

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2021/04/30/608bb5c3dd3e18.53821258.jpg

ขณะที่ นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหารหลายแห่ง เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องขอให้ ศบค.ทบทวนมาตรการห้ามนั่งรับประอาหารภายในร้านของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นหนึ่งใน 6 จังหวัด ที่ ศบค.ยกระดับให้เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม และเพิ่มมาตรกาควบคุมป้องกันโรคระบาดตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. นี้

นายธนิต เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่มีร้านอาหารทุกประเภท ทั้งร้านอาหารทั่วไป สตรีตฟู้ด และร้านกาแฟ มากกว่า 14,000 ร้าน มาตรการดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการและพนักงานที่มีอยู่กว่า 80,000 คน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เชื่อว่าจะมีพนักงานอีกจำนวนมากที่จะต้องตกงานจากคำสั่งล่าสุดนี้ ซึ่งสถานการณ์โรคโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้ดีขึ้นตามลำดับ ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับที่ผ่านมาบรรดาร้านอาหาร ก็ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัดอย่างเคร่งครัด ทั้งมาตรการป้องกันโรคและเวลาเปิดปิดให้บริการ และไม่มีรายงานว่าร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อ การยกระดับให้เป็นพื้นที่สีแดงเข้มจึงดูไม่สมเหตุผล

“ตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ร้านอาหารทุกแห่งยอดขายหายไปกว่าร้อยละ 80 แม้จะอนุญาตให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมของลูกค้าส่วนใหญ่ ต้องการที่จะนั่งรับประทานอาหารในร้านมากกว่าสั่งกลับบ้าน ขณะที่การให้บริการผ่านแอปลิเคชันส่งอาหาร ก็ส่งผลทั้งกับผู้ซื้อที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มจากราคาปกติ ส่วนผู้ขายก็ต้องถูกหักเงินให้กับแอปลิเคชันเหล่านี้ การเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้จึงเพื่อวิงวอนให้ ศบค. พิจารณาทบทวน ให้ร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ สามารถเปิดให้ลูกค้านั่งรับประทานอาหารในร้านได้ ภายใต้มาตรการที่เคยปฏิบัติมาอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการและพนักงานที่ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว” นายธนิต กล่าว

นางสุนิสา ธุวานนท์ ตัวแทนร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ลูกค้าแทบไม่เข้ามาที่ร้านเพราะทุกคนงดออกบ้านป้องกันติดเชื้อ การให้ร้านอาหารต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันรับส่งอาหาร ทำให้ต้นทุนเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องเสียค่าจีพีให้กับแอปลิเคชัน จนแทบไม่เหลืออะไรเลย

“ช่วงเวลานี้เรียกว่าเป็นช่วงที่ร้านอาหารหายใจอย่างรวยริน หลายร้านต้องปิดตัวลงเพราะประคองไปต่อไม่ไหว ที่เหลืออยู่ก็ยื้อสุดชีวิต เพราะยังเป็นห่วงพนักงานที่ต้องกินต้องใช้ หากภาครัฐไม่เห็นความเดือดร้อนไม่เข้ามาช่วยเหลือเยียวยา คาดว่าอีกหลายร้านจะทยอยปิดตัวเพิ่มมากขึ้น” นางสุนิสา กล่าว