สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : สู้รบชายแดนยังเดือด ทีมข่าวต่างประเทศถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว

ชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน กองกำลังทหารเมียนมาพยายามปกป้องฐานที่ตั้ง เพื่อรักษาดินแดนริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน หลังกองกำลังทหารกะเหรี่ยง KNU รุกหนัก เพื่อบุกยึดพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ยังตกเป็นผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ ติดตามได้จากรายงาน

ครบ 1 สัปดาห์ หลังกองกำลังทหารกะเหรี่ยง KNU รุกคืบโจมตีกองกำลังทหารเมียนมา ยึดฐานซอแลท่าริมแม่น้ำสาละวิน ฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศชัยชนะนำธงชาติกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง KNU ปักในพื้นที่แทนธงชาติเมียนมา ท่ามกลางร่างทหารเมียนมาที่ถูกปลิดชีพ

จากนั้นไม่นาน ทหาร KNU ล้อมโจมตีฐานด๊ากวิน ตรงข้ามหมู่บ้านท่าตาฝั่ง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง ต่อ ตลอดทั้งสัปดาห์ ทหารเมียนมานำอากาศยานขึ้นบินทิ้งระเบิด และยิงโจมตีจากทางอากาศ ขับไล่ทหาร KNU ให้ออกจากอาณาเขต จนเสียงดังกระหึ่มข้ามมาฝั่งไทยเป็นระยะ

การปะทะดังกล่าวไม่มีรายงานความสูญเสีย แต่มีชาวบ้านริมแม่น้ำสาละวินทั้ง 2 ฝั่ง ต้องกลายเป็นผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ ได้รับความเดือดร้อน หลบหนีระเบิด คมกระสุนปืนเข้าไปอยู่ในป่าริมแม่น้ำ ส่วนชาวบ้านฝั่งไทยต้องอพยพออกมานอกพื้นที่ อาศัยหมู่บ้านอื่นอยู่ชั่วคราว แม้ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงจะอนุญาตให้ชาวบ้าน บ้านสามแลบ กลับเข้าพื้นที่ได้ แต่พวกเขาก็ยังหวาดกลัว เพราะยังมีการปะทะกันต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า การปะทะกันของกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในและนอกประเทศหลายสำนัก แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว ฝ่ายความมั่นคงจัดให้เป็นโซนสีแดง มีอันตราย และยังเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด-19 จึงต้องจำกัดพื้นที่ทำงานของสื่อ แต่ก็ยังมีทีมข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศบางสำนัก พยายามเข้าไปบันทึกภาพเหตุการณ์ในพื้นที่สีแดง จนถูกทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ควบคุมตัว ทำให้ทางจังหวัดเตรียมพิจารณาขอบเขตการอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวในพื้นที่อีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้กระทบกับความมั่นคงระหว่างประเทศ การจะดำเนินคดีหรือมีบทลงโทษอย่างไรนั้น ขณะนี้ยังรอความเคลื่อนไหวจากผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ แม้ล่าสุด ทางการเมียนมาจะมีประกาศหยุดรบแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังคงมีการปะทะกันเป็นระยะ ซึ่ง KNU ยังต้องการยึดฐานด๊ากวินให้ได้

ริมแม่น้ำสาละวินฝั่งไทย จึงยังมีผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขสะสมมากกว่า 2,500 คน โดยบางส่วนจะกลับไปในเวลากลางวัน และเข้ามานอนพักฝั่งไทยในเวลากลางคืน และขณะนี้ทราบว่า ข้างในต้องการเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค ซึ่งทางพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในประเทศไทยเร่งหาทางช่วยเหลือ ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพไทย