สนามข่าว 7 สี

หวิดวางมวย สามี-ภรรยาปะทะคารมกับหญิงคู่กรณี ปมเหตุจอดรถใกล้กัน

หวิดวางมวย หลังสามีภรรยาคู่หนึ่ง ปะทะคารมอย่างดุเดือดกับหญิงคู่กรณี ที่เพิ่งขับรถยนต์เข้ามาจอดในช่องจอดรถ ซึ่งชนวนเหตุเกิดจากรถของทั้งคู่จอดใกล้กัน

นี่คือคลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ สามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังปะทะคารมอย่างดุเดือดกับหญิงคู่กรณี ที่นั่งอยู่ภายในรถยนต์คันหนึ่ง แต่ทันใดนั้น สามีของผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาชกใบหน้าของหญิงคู่กรณี มิหนำซ้ำพยายามจะแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือของหลานคู่กรณี เพื่อไม่ให้ถ่ายคลิปวิดีโอ ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาระงับเหตุ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ ซึ่งชนวนเหตุเกิดจากการจอดรถยนต์ใกล้กัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณลานจอดรถแห่งหนึ่ง ในตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดตราด

หลังเกิดเหตุ ทีมสนามข่าว 7 สี ได้สอบถามข้อเท็จจริงกับหญิงอายุ 32 ปี ผู้เสียหาย (ที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าว) โดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุ เธอขับรถยนต์เข้ามาจอดในช่องที่จอดรถ ซึ่งสังเกตแล้วว่า รถยนต์ของคู่กรณีที่จอดอยู่ข้างกันจอดล้ำเข้ามาในช่องจอดรถของเธอ (ท้ายรถข้างขวาของเธอ ห่างกับท้ายรถข้างซ้ายของคู่กรณีเพียงนิดเดียว) ทันใดนั้น หญิงคู่กรณีก็เดินมาทุบกระจกรถของเธอจำนวนหลายครั้ง เธอจึงเปิดกระจกรถและถามกลับไปว่า "มีอะไรคะ" แต่ไม่ทันสิ้นเสียงพูด หญิงคู่กรณีกลับตะวาดใส่ว่า "จอดรถแบบนี้ ใครจะเปิดประตูลงจากรถได้" ก่อนที่จะเกิดการปะทะคารมตามคลิปวิดีโอที่ปรากฏ หลังเกิดเหตุเธอรู้สึกงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะเธอยืนยันว่า ไม่ได้จอดรถล้ำช่องจอดรถของใคร อีกทั้งไม่เข้าใจว่าทำไมคู่กรณีถึงมีอารมณ์ร้อนได้ขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายผิด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ต้องฟังข้อเท็จจริงจากทั้ง 2 ฝั่ง ทีมสนามข่าว 7 สี ได้สอบถามหญิงอายุ 62 ปี (ที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าว) อ้างว่า รถยนต์ของหญิงคู่กรณีจอดชิดกับรถยนต์ของเธอมากเกินไป เกรงว่าหากเปิดประตูรถไปโดนแล้วจะทำให้รถเป็นรอย อีกทั้งในขณะที่กำลังเจรจากันอยู่นั้น หลานสาวของหญิงคู่กรณีก็ถ่ายคลิปวิดีโอ และพูดบรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ นานา ทำให้เธอรู้สึกรำคาญ จึงใช้ร่มฟาดใส่เพียงแค่ต้องการหยอกล้อกันตามประสาผู้ใหญ่กับเด็ก ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาทำร้ายร่างกาย

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองตราด ให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย เจรจาไกล่เกลี่ยกัน ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง กระทั่งทั้งคู่สามารถเจรจาตกลงกันได้ และขอโทษซึ่งกันและกัน ซึ่งต่างฝ่ายก็ต่างยอมรับผิดที่สื่อสารไม่ตรงกัน และไม่ติดใจที่จะดำเนินคดี