สนามข่าว 7 สี

ตำรวจเข้ากระชับพื้นที่การชุมนุมหน้าศาลอาญารัชดาภิเษก

ตำรวจเข้ากระชับพื้นที่การชุมนุมหน้าศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก หลังจากมีผู้ชุมนุมกลุ่มรีเดมบางส่วนจุดประทัดยักษ์ป่วน และขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ ทั้งที่มีการประกาศยุติการชุมนุมไปแล้ว ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ตำรวจจึงเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

นี่คือภาพเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมกลุ่มรีเดมบางส่วน ได้จุดประทัดยักษ์ ขว้างปาสิ่งของ และยิงหนังสติ๊กใส่ตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ตรึงกำลังอยู่หน้าศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร

ทั้งที่การชุมนุมได้ประกาศยุติไปตั้งแต่เวลา 18.30 น. จนตำรวจต้องประกาศให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน แต่ก็ไม่เป็นผล ผู้ชุมนุมยังจุดประทัดยักษ์อย่างต่อเนื่อง และจุดพลุยิงใส่ตำรวจ จากนั้นจึงนำกำลังพร้อมกับรถฉีดน้ำจีโน่เข้ากระชับพื้นที่ ทำให้ผู้ชุมนุมต้องถอยร่นเข้าไปในซอยรัชดาภิเษก 32 แต่ก็ยังมีการจุดประทัดยักษ์อย่างต่อเนื่อง และเผาสิ่งของบนถนนเพื่อกีดขวางตำรวจ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจต้องปิดการจราจรบนถนนรัชดาภิเษก ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ตั้งแต่แยกรัชโยธิน จนถึงแยกลาดพร้าวตัวรัชดาภิเษก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในซอยรัชดาภิเษก 32 อย่างเด็ดขาด ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ตำรวจจึงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ได้แยกย้ายกันไป ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดก็ได้เข้าตรวจสอบบนถนนรัชดาภิเษก หน้าศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก และภายในซอยรัชดาภิเษก 32 เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ยังมีเหตุการณ์ต่อเนื่องอีก เมื่อมีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ก่อเหตุขว้างประทัดยักษ์ใส่ตำรวจที่แยกรัชโยธิน จนตำรวจต้องใช้กระสุนยางยิงตอบโต้เพื่อระงับเหตุ

พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามทำร้ายตำรวจด้วยการขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊กใส่ ขว้างประทัดยักษ์ใส่ จึงจำเป็นต้องนำกำลังเข้ากระชับพื้นที่ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3-4 นาย และได้จับกุมผู้ชุมนุมได้ 1 คน

สำหรับเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวาน หลังจากผู้ชุมนุมกลุ่มรีเดมได้นัดหมายชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนเคลื่อนขบวนรถไปศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก เพื่อทำกิจกรรมเรียกร้องให้ปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำกลุ่มราษฎร ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และได้ประกาศยุติการชุมนุมในช่วงเย็น แต่มีผู้ชุมนุมบางส่วนยังไม่ยอมกลับ ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น จนตำรวจต้องนำกำลังเข้ากระชับพื้นที่ดังกล่าว