7HDร้อนออนไลน์

"หมอยง" แนะปูพรมฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา เข็มแรก 30 ล้านคน

วันนี้ ( 3 พ.ค.64 ) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยถึงผลการศึกษาภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา ในคนไทย หลังฉีดเข็มแรก ผ่านไปเป็นระยะเวลา 1 เดือน จำนวน 61 คน เป็นการรายงานเบื้องต้น ภูมิต้านทานที่ตรวจพบ มีการตอบสนอง ตรวจวัดภูมิต้านทานได้ถึง 96.7% เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจวัดภูมิต้านทานในผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อ เป็นระยะเวลา 4- 8 สัปดาห์ ตรวจพบได้ 92.4%

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2021/05/03/608f6890685582.92869606.jpg

ระดับภูมิต้านทานที่ตรวจวัดได้ มีค่าตัวกลางเรขาคณิตเท่ากับ 40.61 u/ml เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อ มีค่าเท่ากับ 60.86 u/ml และพบว่าระดับภูมิต้านทานที่พบเพศหญิงจะให้ระดับภูมิต้านทานที่สูงกว่าเพศชาย อายุที่น้อยกว่า 60 ปี จะมีระดับภูมิต้านทานที่สูงกว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ขณะนี้กำลังรอวิเคราะห์ข้อมูลที่มีจำนวนมากขึ้นกว่านี้ และจะมีการตรวจเลือดหาภูมิต้านทานก่อนฉีดเข็มที่สองอีกครั้ง และหลังฉีดเข็มที่สองผ่านไป 1 เดือน ภูมิต้านทานน่าจะมีระดับสูงมาก และอยู่ได้นาน

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2021/05/03/608f68acb50287.05568186.jpg

จากข้อมูลดังกล่าวพอสรุปได้ว่าแม้จะฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา เพียงเข็มเดียว ระดับภูมิต้านทานที่ตรวจวัดได้ก็เป็นที่น่าพอใจ มีอยู่ 1 คน ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มแรกแล้วเกิดอาการแพ้ จึงฉีดเข็มที่ 2 ใน 3 อาทิตย์ต่อมาด้วยวัคซีนแอสตราเซนเนกา เมื่อผ่าน 1 เดือน หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ผลตรวจเลือดพบระดับภูมิต้านทานสูงมากสูงถึง 241 u/ml  อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาการฉีดวัคซีนเปลี่ยนชนิดกัน

“ในกรณีที่เกิดเหตุการฉีดวัคซีนต่างชนิดกัน ขอความกรุณาติดต่อผมขอตรวจภูมิต้านทานด้วย เพื่อเก็บเป็นข้อมูลและรวมถึงอาการข้างเคียงที่อยากทราบมาก และการเปลี่ยนชนิดของวัคซีนเป็นเรื่องที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง” หมอยงระบุ

ศ.นพ.ยง แนะนำด้วยว่าการปูพรมฉีดเข็มเดียวไปก่อนให้ได้ประชากรมากที่สุด ด้วยวัคซีนแอสตราเซนเนกา จะได้ประโยชน์สูงสุด แล้วตามด้วยการกระตุ้นเข็มที่สอง ในอีก 10-12 สัปดาห์ต่อมา หรือนานกว่านั้น หมายความว่าในช่วง 3 เดือนแรก น่าจะปูพรมการฉีดวัคซีนไปเลย ถ้าฉีดได้เดือนละ 10 ล้านคน ก็สามารถปูพรมไปได้ถึง 30 ล้านคน หลังจากนั้นก็ตามกระตุ้นรวมทั้งฉีดรายใหม่เพิ่มขึ้นด้วย ก็จะได้เป้าหมายอย่างรวดเร็ว และถ้ามีวัคซีนชนิดอื่นมาเสริมด้วยแล้ว จะทำให้การให้วัคซีนกับประชาชนหมู่มากประสบผลสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น