ห้องข่าวภาคเที่ยง

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มกลับมาทะลุ 2,000 คนอีกครั้ง เสียชีวิตถึง 31 คน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ภาพรวมยังน่าเป็นห่วง โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 2,041 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้วจนถึงวันนี้ 70,425 คน

อีกทั้งยังมียอดผู้เสียชีวิตสูงอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 31 คน มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ผู้เสียชีวิตรายวัน ทำให้ภาพรวมของการเสียชีวิตจากโควิด-19 แล้วสะสม 276 คน

สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง หรือ สปคม. ตรวจเชิงรุกดิโอลด์สยามค้นหาผู้ป่วยโควิด-19 วันนี้ โดยนายแพทย์วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ระบุว่า ขณะนี้พบการติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่บริเวณห้างสรรพสินค้าดิโอลด์สยามแล้ว เบื้องต้นทราบว่ามีผู้ติดเชื้อในบริเวณโดยรอบประมาณ 10 คน โดยวันนี้จะลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนเชื้อชาติอินเดียติดเชื้อ มีแต่คนไทย เมียนมา และลาว นอกจากนี้ขออย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับประเด็นผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดียด้วย ยังไม่ได้มีการตรวจพบในคลัสเตอร์นี้แต่อย่างใด

ขณะที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Yong Poovorawan” ระบุว่า โควิด-19 ภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีน AstraZeneca 1 เข็ม ทางศูนย์ฯ ได้ศึกษาภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นในคนไทย หลังเข็มแรกเป็นระยะเวลา 1 เดือน จำนวน 61 คน รายงานเบื้องต้น ภูมิต้านทานที่ตรวจพบ มีการตอบสนอง ตรวจวัดภูมิต้านทานได้ถึงร้อยละ 96.7 เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจวัดภูมิต้านทานในผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อ เป็นระยะเวลา 4- 8 สัปดาห์ตรวจพบได้ร้อยละ 92.4

และยังพบว่าระดับภูมิต้านทานที่พบเพศหญิงจะให้ระดับภูมิต้านทานที่สูงกว่าเพศชาย อายุที่น้อยกว่า 60 ปีจะมีระดับภูมิต้านทานที่สูงกว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

ขณะนี้กำลังรอวิเคราะห์ข้อมูลที่มีจำนวนมากขึ้นกว่านี้ และจะมีการตรวจเลือดหาภูมิต้านทานก่อนฉีดเข็มที่ 2 อีก 1 ครั้ง และหลังเข็ม 2 แล้ว 1 เดือนภูมิต้านทานน่าจะมีระดับสูงมาก และอยู่นาน

จากข้อมูลดังกล่าวพอสรุปได้ว่าแม้จะฉีดวัคซีน AstraZeneca เพียงเข็มเดียว ระดับภูมิต้านทานที่ตรวจวัดได้ก็เป็นที่น่าพอใจ

ดังนั้นการปูพรมฉีดเข็มเดียวไปก่อนให้ได้ประชากรมากที่สุด ด้วยวัคซีน AstraZeneca จะได้ประโยชน์สูงสุดแล้วตามด้วยกระตุ้นอีก 10 ถึง 12 สัปดาห์ต่อมา หรือนานกว่านั้น หมายความว่าในช่วง 3 เดือนแรก น่าจะปูพรมการฉีดวัคซีนไปเลย ถ้าฉีดได้เดือนละ 10 ล้านคน ก็สามารถปูพรมไปได้ถึง 30 ล้านคนทีเดียว แล้วหลังจากนั้นก็ตามกระตุ้นรวมทั้งฉีดรายใหม่เพิ่มขึ้นด้วย ก็จะได้เป้าหมายอย่างรวดเร็ว และถ้ามีวัคซีนชนิดอื่นมาเสริมด้วยแล้ว จะทำให้การให้วัคซีนกับประชาชนหมู่มากประสบผลสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น

ขอบคุณ Facebook : Yong Poovorawan