ประเด็นเด็ด 7 สี

นาทีแห่งชีวิต ภารกิจรับ-ส่งผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19

ประเด็นเด็ด 7 สี - การรับผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อนำไปส่งยังโรงพยาบาล เป็นภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้ถึงมือแพทย์ได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในอาการวิกฤต วันนี้ทีมข่าวพาไปเกาะติดภารกิจการสำคัญในการรับส่งผู้ป่วย

เจ้าหน้าที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ สพฉ. และอาสาสมัคร กำลังพ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ บนรถที่เตรียมไว้สำหรับรอรับผู้ป่วยโควิด-19 ใส่ถุงมือ หน้ากากอนามัย เฟซชีลด์ และสวมชุดป้องกัน หรือชุดพีพีอีให้พร้อม เพราะทันทีที่มีการประสานขอความช่วยเหลือจากศูนย์เอราวัณให้ช่วยรับ-ส่งผู้ป่วย เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกฝน จะต้องรีบจัดรถออกไปรับผู้ป่วยยังจุดนัดหมายทันที

หลังทราบพิกัดของผู้ป่วยโควิด-19 เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ป่วยเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้พร้อม สำหรับการรักษาตัว 14 วัน ก่อนออกไปรับยังสถานที่นัดหมาย ซึ่งเมื่อไปถึง จะให้ผู้ป่วยใส่ถุงมือและหน้ากากอนามัยก่อนขึ้นรถ จากนั้นก็จะพาไปส่งยังโรงพยาบาลสนามตามขั้นตอน

เจ้าหน้าที่จะประเมินและจำแนกผู้ป่วยออกเป็น 3 สี สีเขียวคือผู้ป่วยที่สามารถเดิน หรือช่วยเหลือตัวเองได้ สีเหลืองคือผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อยหอบ ช่วยเหลือตัวเองลำบาก และสีแดงคือผู้ป่วยวิกฤต ซึ่ง สพฉ.จะรับส่งเฉพาะเคสที่เป็นสีเขียวเท่านั้น

แต่หากระหว่างการรับ-ส่ง ผู้ป่วยอาการทรุดอย่างรวดเร็ว จากกลุ่มสีเขียวกลายเป็นสีแดง เจ้าหน้าที่จะประสานงานไปยังศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร หรือศูนย์เอราวัณ ให้ไปรับผู้ป่วยแทน เนื่องจากมีอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ครบกว่า ทั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจและเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งมีความพร้อมรับมือกับผู้ป่วยขั้นวิกฤต

ตลอดทั้งวันนี้ มีผู้ป่วยโควิด-19 โทรศัพท์เข้ามาขอความช่วยเหลือที่ศูนย์เอราวัณมากกว่า 100 สาย  ร้อยละ 80 เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ซึ่งจะถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสนามของกรุงเทพมหานคร ส่วนที่เหลือเป็นผู้ป่วยสีเหลือง ประมาณวันละ 10 คน และสีแดงวันละประมาณ 5 คน โดยข้อมูลวันที่ 2 พฤษภาคม มีผู้ป่วยโทรขอความช่วยเหลือ 184 คน หาเตียงได้และเข้ารับการรักษา 126 คน ปฏิเสธเตียงที่เจ้าหน้าที่จัดหาให้ 16 คน รอเตียง 32 คน และติดต่อกลับไม่ได้อีก 10 คน

เจ้าหน้าที่วอนผู้ป่วยที่ได้รับการจัดสรรเตียงปลายทางแล้ว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำและไม่ปฏิเสธเตียงโรงพยาบาลสนามที่จัดหาให้ เพราะจะทำให้กระบวนการช่วยเหลือเกิดความล่าช้า ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยวิกฤต และนำสู่การสูญเสียชีวิตได้