สนามข่าว 7 สี

รวบชายขับรถกระบะ ประกบยิงคู่อริกลางถนน

ตามกันต่อกับคดีอุกอาจ คนร้ายขับรถกระบะตามประกบยิงปืนใส่รถกระบะที่มีชายอายุ 25 ปี เป็นคนขับ เหตุเกิดกลางถนนในตัวเมืองอ่างทอง เคราะห์ดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ โดยตำรวจตามรวบผู้ก่อเหตุได้แล้วเป็นคู่อริเก่าที่เคยมีเรื่องกันก่อนหน้านี้

นี่เป็นเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การขยายผลตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด โดยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณแยกเทศบาลเมืองอ่างทอง ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง บันทึกภาพขณะรถกระบะคันหนึ่งขับนำหน้า ก่อนจะลดความเร็วและกำลังจะเลี้ยวไปอีกทาง ส่วนรถกระบะอีกคัน ซึ่งเป็นของคนร้ายที่ขับตามไล่หลังมา พยายามเร่งเครื่องขับแซงมาด้านหน้า ปรากฏว่าจังหวะนี้นี่เองจะเห็นบริเวณกระจกฝั่งซ้าย มีมือปริศนาถืออาวุธปืนยื่นออกมาแล้วลั่นไกยิงใส่รถกระบะคันสีเข้ม จำนวนหลายนัด เคราะห์ดีคนที่นั่งมาในรถกระบะคันดังกล่าวไม่มีใครถูกยิงได้รับบาดเจ็บ มีเพียงกระจกด้านหน้า และซุ้มล้อ กระบะด้านท้ายถูกยิงกระสุนเจาะเป็นรูพรุนพังเสียหาย โดยหลังเหตุเกิดคืนวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา นายนฤเบศ พลเรือน อาย 25 ปี คนขับรถคันดังกล่าวได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยพุ่งเป้าสงสัยว่าเป็นฝีมือคู่อริ ชื่อเล่นว่า "ป็อบ หัวไผ่" ที่เคยมีเรื่องกันมาก่อนหน้านี้

หลังรับแจ้งความตำรวจทำงานได้อย่างรวดเร็ว ชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ร่วมกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ตามแกะรอยจนรู้ว่ารถกระบะคันที่คนร้ายขับมาก่อเหตุมี นายดิตถพงษ์ จิตวิปูน อายุ 20 ปี และ นายพลวรรษ จิตวิปูน อายุ 22 ปี ทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ที่นั่งมาด้วยกันในรถ เมื่อทราบข้อมูลแน่ชัดจึงนำกำลังตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ในตำบลหัวไผ่ อำเภอเมืองอ่างทอง ปรากฏไม่พบ นายพลวรรษ เนื่องจากไหวตัวหนีไปได้ก่อน พบแต่นายดิตถพงษ์ และรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บฉ-1020 อ่างทอง ที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่บริเวณบ้านจึงยึดไว้ตรวจสอบ พร้อมนำตัว นายดิตถพงษ์ มาสอบปากคำให้การว่า คืนเกิดเหตุเขาขับรถกระบะมาตามถนน โดยมีพี่ชายก็คือ นายพลวรรษ นั่งมาด้วย จนมาถึงจุดเกิดเหตุจำได้ว่ารถที่แล่นอยู่ด้านหน้าเป็นรถของ นายนฤเบศ คู่อริที่เคยมีเรื่องทำร้ายร่างกายกันเมื่อคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงเร่งเครื่องตามประกบด้านข้างแล้วให้พี่ชายลั่นไกยิงปืนใส่รถผู้เสียหาย หวังชำระแค้น หลังก่อเหตุเสร็จขับรถกลับบ้าน ส่วนพี่ชายแยกย้ายหลบหนีโดยไม่รู้ว่าไปอยู่แห่งหนใด

ใครก่อคดีอะไรไว้ย่อมได้รับโทษตามที่กระทำลงไป แต่น่าเห็นใจที่สุดหนีไม่พ้นคนในครอบครัว โดยเฉพาะหัวอกคนแม่เป็นแม่ที่ต้องมารับรู้พฤติกรรมของลูกชาย 2 คน พากันไปก่อเหตุจนมาถูกจับดำเนินคดีแบบนี้ โดยตำรวจไปได้ประสานขอความร่วมมือให้หญิงอายุ 55 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุช่วยเกลี้ยกล่อมให้ นายพลวรรษ จิตวิปูน ที่ยังหลบหนีอยู่ให้ยอมเข้ามอบตัวก่อนที่จะถูกออกหมายจับ ในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และอีกข้อหา ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วน นายดิตถพงษ์ ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป