สนามข่าว 7 สี

ค้ำรถยนต์ให้เพื่อนสนิท ถูกฟ้องยึดบ้านพร้อมที่ดิน จ.บุรีรัมย์

หญิงอายุ 36 ปี สุดช้ำใจ ค้ำประกันรถยนต์ให้เพื่อนสนิท สุดท้ายถูกฟ้องยึดบ้านพร้อมที่ดิน ตอนนี้ติดต่อเพื่อนไม่ได้ ไร้ทางออก วอนช่วยเหลือ

นางพรพรรณ สัตย์รัมย์ อายุ 36 ปี ชาวบ้านนาใหม่ ตำบลหัวถนน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ร้องเรียนผ่านสนามข่าว 7 สี ขอความช่วยเหลือ หลังจากไปค้ำประกันรถยนต์อเนกประสงค์มูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาทให้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง แล้วถูกบริษัทฟ้องร้อง ล่าสุดได้รับหมายจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ ว่าจะยึดที่ดินและบ้านที่อยู่อาศัย เพราะเพื่อนยังค้างเงินส่วนต่างกับทางบริษัทอยู่กว่า 50,000 บาท แล้วก็ไม่รับผิดชอบหนีหายไป ทำให้ตนเองตกเป็นจำเลยที่ 2 ในฐานะคนค้ำประกัน และถูกฟ้องยึดทรัพย์แทน 

นางพรพรรณเล่าว่า รู้จักและสนิทกับเพื่อนคนนี้มาประมาณ 10 ปี มีอะไรก็จะพึ่งพาอาศัยกันตลอด แต่เมื่อประมาณ 5 ปี ก่อน เพื่อนคนดังกล่าวก็ได้มาขอให้ตนไปช่วยค้ำประกันรถให้ ด้วยความที่เป็นเพื่อนสนิทไว้ใจกัน จึงได้ตอบตกลง แต่จู่ ๆ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 มีหมายศาลจังหวัดสีคิ้ว ส่งมาที่บ้าน ว่าตนเองตกเป็นจำเลยที่ 2 กรณีที่ค้ำประกันซื้อรถให้กับเพื่อนและถูกบริษัทฟ้องร้อง พอติดต่อสอบถามไปยังเพื่อนก็บอกว่าได้คืนรถให้กับบริษัทไปแล้ว แต่ถูกทางบริษัทเรียกเงินส่วนต่างเพิ่มอีกประมาณ 50,000 บาท แต่เพื่อนก็รับปากว่าไม่ต้องเป็นห่วง ด้วยความเชื่อใจเพื่อน จึงไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหา

กระทั่งวันที่ 18 มกราคม 2564 ได้รับหมายจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ระบุว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับครอบครัวในปัจจุบัน หากไม่ไปติดต่อภายใน 15 วัน หรือชำระหนี้ที่ยังค้างอยู่จะทำการยึดขายทอดตลาด เธอก็ตกใจมาก เพราะบ้านหลังดังกล่าวตนสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ขณะนี้แม่ก็ป่วยเป็นเนื้องอกที่ปากเพิ่งจะผ่าตัดและต้องรักษาต่อเนื่อง พ่อก็พิการทางสมองมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ ทุกวันนี้มีรายได้เพียงจากการขายของชำวันละ 100 - 200 บาทเท่านั้น เพราะไม่สามารถไปทำงานต่างจังหวัดหรือหารายได้เสริมได้เหมือนเดิม 

หลังเกิดเหตุพยายามติดต่อเพื่อน ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ปิดมือถือ บล็อกเฟซบุ๊ก เธอก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงได้ติดต่อไปทางบริษัทเพื่อขอผ่อนชำระเงินที่เพื่อนค้างกว่า 50,000 บาท เพราะไม่อยากถูกยึดที่ดินและบ้าน ตอนนี้ทุกข์ใจมาก หากเพื่อนไม่ติดต่อมาก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายทั้งที่ไม่ใช่ภาระของตนเอง