สนามข่าว 7 สี

เจ้าสำนักสงฆ์ หอบเงินผ้าป่าสมทบสร้างเมรุหลบหนี จ.บุรีรัมย์

เจ้าสำนักของสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ หอบเงินทำบุญทอดผ้าป่าที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสมบทสร้างเมรุเผาศพ จำนวน 70,000 บาท หลบหนีไป ชาวบ้านต้องเร่งออกตามหา และวอนให้นำเงินกลับมาคืน เพื่อสร้างเมรุให้แล้วเสร็จ

ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลชุมแสง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มารวมตัวกันที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าสำนักสงฆ์ นำเงินที่ญาติโยมร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่าสมทบสร้างเมรุเผาศพกลับมาคืน หลังจากที่เมื่อวันที่ 28 เมษายน พระภิกษุรูปดังกล่าว บอกให้กรรมการสำนักสงฆ์ ไปเบิกเงินมาให้ เพื่อจะนำไปจ่ายค่าช่างและซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างเมรุ แต่พอได้เงินแล้ว กลับหายตัวไป โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ จนถึงวันนี้เกือบสัปดาห์แล้ว ยังไม่กลับมา จึงเชื่อว่าน่าจะหนีไป โดยก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการสำนักสงฆ์ ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นางรอง แล้วเพื่อให้ตำรวจให้ช่วยติดตามตัวเจ้าสำนักสงฆ์รูปนี้ 

หญิงอายุ 71 ปี ประธานดำเนินงานจัดทอดผ้าป่า เล่าว่าก่อนหน้านี้สำนักสงฆ์ดังกล่าวยังไม่มีเจ้าสำนัก จึงได้ไปนิมนต์พระรูปนี้ ซึ่งจำพรรษาอยู่อีกวัด ให้มาเป็นเจ้าสำนักสงฆ์แห่งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยชาวบ้านพัฒนาสำนักสงฆ์เป็นอย่างดี ชาวบ้านก็อุ่นใจที่มีพระภิกษุดี ๆ มาอยู่ กระทั่งช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ทางวัดได้จัดทอดผ้าป่าเพื่อหาปัจจัยมาสมทบสร้างเมรุ ก็มีญาติโยมร่วมทำบุญทอดผ้าป่าได้เงิน 120,000 บาท ถวายส่วนตัวให้เจ้าสำนักสงฆ์ 10,000 บาท หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็เหลือเงิน 70,000 บาท เก็บไว้สำหรับจ้างช่างและซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างเมรุ โดยได้ฝากเข้าบัญชีธนาคาร 

จากนั้นเจ้าสำนักสงฆ์ ได้บอกให้กรรมการไปเบิกเงินจำนวน 70,000 บาทมาให้ โดยอ้างว่าจะนำเงินไปจ่ายค่าช่างและซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างเมรุ แต่เมื่อได้เงินไปแล้ว ก็ไม่กลับมาสำนักสงฆ์อีกเลย ญาติโยมพากันออกตามหา และพบว่าเจ้าสำนักสงฆ์ ขับรถยนต์ที่ญาติโยมนำมาถวายให้ไปจอดทิ้งไว้ที่บริเวณศาลหลักเมืองในเขตอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา และรถมีรอยเฉี่ยวชน จากพฤติกรรมจึงเชื่อว่าหลวงพ่อน่าจะหนี จึงอยากให้หลวงพ่อนำเงินมาคืน เพื่อก่อสร้างเมรุตามจุดประสงค์ของญาติโยมที่ได้ร่วมกันทำบุญ  

ด้านผู้ใหญ่บ้าน ก็เปิดเผยว่า ตนในฐานะผู้นำชุมชนก็รู้สึกเสียใจที่เจ้าสำนักสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านเคารพศรัทธามีพฤติกรรมแบบนี้ ทั้งที่ตอนไปนิมนต์มาอยู่ ก็หวังว่าจะร่วมกันพัฒนาให้เจริญ แต่ตอนนี้ชาวบ้านต่างก็หมดศรัทธา ที่สำคัญเงินที่เอาไปก็เป็นเงินจากความศรัทธาของชาวบ้าน ก็อยากวอนให้นำเงินมาคืน เพราะไม่อยากเอาผิด แต่หากไม่นำมาคืนก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย