สนามข่าว 7 สี

ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมกลุ่มรีเด็ม

ตำรวจนครบาลเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดกลุ่มผู้ชุมนุมรีเด็ม

พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ผู้ชุมนุมได้ใช้ความรุนแรงด้วยการยิงหัวน็อตเหล็ก ปาสี วัตถุไวไฟ เข้าไปภายในศาล ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องสลายการชุมนุม โดยเหตุที่เกิดขึ้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 4 นาย และจับกุมตัวผู้ร่วมชุมนุมได้ 4 คน พบว่าเป็นบุคคลที่เคยถูกดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง

หลังจากนี้จะเร่งรวบรวมพยานวัตถุ พยานบุคคล และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบและระบุตัวบุคคลที่ก่อเหตุ ก่อนจะออกมาเรียกหรือหมายจับตามขั้นตอน ในฐานความผิดหลายข้อหา

ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 4 คน ทนายความและญาติไปยื่นคำร้องขอประกันตัวกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน แต่เจ้าหน้าที่คัดค้านการประกันตัว พร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนไปฝากขังต่อศาล ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน ถูกแจ้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ในจำนวนนี้ 1 คน เป็นเยาวชนชายอายุ 16 ปี ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม คือ มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน

ทั้งนี้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน ตั้งวงเงินประกันไว้ที่ 10,000 บาท แต่ผู้ต้องหามีเงินติดตัวมาเพียง 2,000 บาท บาท จึงให้วางเป็นหลักประกัน ส่วนที่เหลือให้นำมาวางเพิ่มเติมภายใน 15 วัน ส่วนศาลแขวงพระนครเหนือ ให้นายคุณภัทร ประกันตัวไปในวงเงินประกัน 10,000 บาท ส่วนศาลอาญารัชดา ไม่ให้ประกันตัว นายร่อซีกีน และนางสาวหทัยรัตน์ ให้เหตุผลว่าเกรงว่าจะหลบหนี และพนักงานสอบสวนค้านการประกันตัวไว้ ก่อนคุมตัวส่งเรือนจำไป

สำนักงานศาลยุติธรรม ออกแถลงการณ์ประฌามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมรีเด็มที่ชุมนุมหน้าศาลอาญา ไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตยและอันเป็นการแสดงคิดเห็นโดยชอบธรรมภายในกรอบของกฎหมาย อีกทั้งยังมีลักษณะใช้ความรุนแรงเพื่อแทรกแซง หวังผลให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาไปในทางของกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง ไม่คำนึงถึงกฎหมาย และยังมีพฤติกรรมขู่เข็ญ สร้างความหวาดกลัวให้กับบุคคลในครอบครัวของผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลยุติธรรม ทั้ง ๆ ที่บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดี 

พฤติกรรมดังกล่าว มีการกระทำเป็นขบวนการ ใช้สื่อโซเชียลต่าง ๆ มุ่งหวังให้ใช้ความรุนแรง และต้องการให้ศาลพิพากษาคดี หรือมีคำสั่งในทางที่ตนเองหรือขบวนการของตนต้องการ ดังนั้นจึงขอให้ผู้รับผิดชอบได้ตรวจสอบการกระทำและพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากมีการกระทำใดละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานการโพสต์ข้อความที่คุกคามผู้พิพากษาศาลและครอบครัวทางโซเซียลมีเดีย ซึ่งหากมีการประสานมาจากสำนักงานศาลยุติธรรม ทางดีอีเอสก็พร้อมส่งมอบหลักฐานเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนเมษายน ได้ส่งคำร้องขอให้ศาลปิดกั้นการมองเห็นบัญชีที่โพสต์แล้ว 75 คำสั่ง รวม 1,828 URL แบ่งเป็น facebook 800 URL, YouTube 231 URL, twitter 255 URL และบัญชีอื่น ๆ 542 URL