ข่าวภาคค่ำ

กทม.ปูพรมตรวจคลัสเตอร์คลองเตย คาดใช้เวลา 2 สัปดาห์ ควบคุมการระบาดได้

กรุงเทพมหานคร ลุยตรวจเชิงรุกคลัสเตอร์คลองเตย คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะสามารถควบคุมการระบาดได้ ขณะที่ ศบค. ห่วงคลัสเตอร์ใหม่ ชุมชนวัดญวณสะพานขาว เขตดุสิต หลังพบผู้ติดเชื้อเป็นวงกว้าง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้นำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งกลุ่มเสี่ยงคลัสเตอร์คลองเตย โดยไปที่ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ เขตปทุมวัน และตลาดคลองเตย เขตคลองเตย เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง จำนวน 1,600 คน ซึ่งจะทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง

สำหรับการตรวจเชิงรุก ทาง ผู้ว่าฯ กทม. ตั้งเป้า จะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อจะควบคุมสถานการณ์การระบาดคลัสเตอร์คลองเตย ซึ่งภารกิจจากนี้ จะเร่งตรวจเชื้อในชุมชนที่เกี่ยวข้อง เขตปทุมวัน วันละ 1,000 คน ส่วนที่เขตคลองเตย จะเพิ่มจุดบริการ Swab เชื้ออีก 4 จุด ให้สามารถตรวจเชิงรุกได้ วันละ 4,000 คน

ส่วนผู้ที่ไม่ติดเชื้อ สามารถไปติดต่อฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ทุกคน โดยให้สำนักงานเขต เพิ่มจุดบริการฉีดวัคซีนแล้ว ตั้งเป้าจะฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ จำนวน 50,000 คน หรือคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของประชาชนในพื้นที่

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี กำชับ 8 มาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เน้นการตรวจเชิงรุก 39 ชุมชน โดยใช้คลองเตยโมเดลเป็นต้นแบบ พร้อมกำหนดให้ ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มเสี่ยงคลัสเตอร์คลองเตยได้ตามเป้าหมาย

ด้าน โฆษก ศบค. ห่วงการระบาดคลัสเตอร์ใหม่ ในชุมชนวัดญวณสะพานขาว เขตดุสิต หลังพบผู้ติดเชื้อในวันที่ 22 เมษายน จำนวน 39 คน ทางผู้อำนวยการเขตดุสิต จึงได้เข้าไปตรวจเชิงรุก พร้อมฉีดล้างทำความสะอาดในพื้นที่โดยรอบ จนพบผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ณ วันที่ 3 พฤษภาคม จำนวน 88 คน ซึ่งผู้ติดเชื้อทุกคน เข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว

สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงรายวันกว่าครึ่ง พบในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข หรือ EOC เตรียมจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และให้ผู้อำนวยการเขต ทั้ง 50 เขต ใน กทม. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯย่อย ลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งรับผิดชอบตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ และบริหารจัดการเรื่องการฉีดวัคซีน เป็นต้น

ส่วนสถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในบ้านเรา เพิ่มขึ้นอีก 1,763 คน เสียชีวิต 27 คน ทำให้ขณะนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 72,788 คน รักษาหายเพิ่ม 1,490 คน รวมรักษาหายแล้ว 42,474 คน

ขณะที่ทั่วโลก มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งทะลุ 154 ล้านคนแล้ว เสียชีวิตกว่า 3.2 ล้านคน โดย 3 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด ยังคงเป็น สหรัฐอเมริกา อินเดีย และบราซิล