สนามข่าว 7 สี

คนร้ายลอบยิงแกนนำเรียกร้องสิทธิที่ดินเสียชีวิต ภรรยาเผยสามีเคยพูดเป็นลาง

เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนยิงชายคนหนึ่งเสียชีวิต หลังเป็นแกนนำเรียกร้องสิทธิที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านที่ถูกกลุ่มนายทุนท้องถิ่น บุกยึดพื้นที่ไปใช้สอยทำประโยชน์ส่วนตัว ด้านภรรยาผู้เสียเผย มีลางบอกเหตุก่อนสามีจะเสียชีวิต

ช่วงสายวานนี้ (4 พ.ค.) ตำรวจ สภ.วังวิเศษ จังหวัดตรัง ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนยิงกันภายในสวนยางพาราแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 10 ตำบลวังมะปรางเหนือ จึงรุดตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบศพ นายนายสมศักดิ์ อ่อนชื่นจิตร อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นแกนนำเรียกร้องสิทธิให้กับชาวบ้าน ที่ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นบุกยึดพื้นที่ทำกิน จากการตรวจสอบสภาพศพ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณหน้าอก และลำตัว จำนวน 3 นัด นอนจมกองเลือด ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืน จำนวน 5 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะประสานกู้ภัยนำศพส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตร

ด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ขณะกำลังตัดหญ้าอยู่ภายในสวนยางพารา สังเกตเห็นผู้เสียชีวิตกำลังตรวจวัดขนาดลำต้นยางพาราอยู่ จึงตะโกนทักทายกันตามปกติ ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด ตนเองจึงรีบหมอบลงกับพื้น แล้วคลานไปหลบอยู่หลังต้นไม้ เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย จากนั้นได้ยินเสียงคนขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่มีคนตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงรีบวิ่งเข้าไปดู ปรากฏว่าผู้เสียชีีวิตกำลังนอนกระอักเลือดอยู่ที่พื้น ก่อนจะแน่นิ่งไป ซึ่งตามบริเวณลำตัวถูกยิงด้วยอาวุธปืนจำนวนหลายนัด ตนเองจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

ด้านภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ชนวนเหตุทั้งหมดที่สามีถูกคนร้ายลอบยิง คาดว่าน่าจะเกิดจากกรณีที่สามีเป็นแกนนำของชาวบ้าน ในการเรียกร้องขอที่ดินสวนปาล์มน้ำมัน จำนวนกว่า 700 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินหมดสัมปทานแล้ว จึงประสานขอมอบให้กับชาวบ้านเพื่อนำไปทำการเกษตร แต่กลับมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นเข้ามาครอบครองเสมือนเป็นที่ดินส่วนตัว ทำให้เกิดการขัดแย้งกัน อีกทั้งเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สามีเคยถูกลอบทำร้าย และโดนข่มขู่หวังเอาชีวิต อีกทั้งก่อนเกิดเหตุสามีเคยพูดเป็นลางว่า "หากวันหนึ่งไม่อยู่ ก็ช่วยสานต่องานชิ้นนี้ด้วย" ซึ่งเธอไม่คาดคิดว่า ประโยคดังกล่าวจะเป็นประโยคสั่งลา กระทั่งเกิดเหตุอุกอาจดังกล่าวขึ้น

หลังเกิดเหตุ ตำรวจเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด และสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยง ติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป