สนามข่าว 7 สี

วัคซีนโควิด-19 ฉีดหรือไม่ฉีดดี

หลายคนยังมีความกังวลใจเรื่องการฉีดวัคซีน ฉีดดี ไม่ฉีดดี ถ้าได้ฉีด ฉันจะได้วัคซีนตัวไหน จะมีประสิทธิภาพคุ้มกับการที่ต้องเสี่ยงกับอาการไม่พึงประสงค์หรือเปล่า

เรามาดูวัคซีน 3 ชนิด ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว แอสตราเซนเนกา ซิโนแวค และ จอห์นสันแอนด์ จอห์นสัน ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรียบร้อยแล้ว

AstraZeneca และ Johnson & Johnson เป็นวัคซีน ชนิด "viral vector vaccine" เหมือนกัน AstraZeneca ใช้ไวรัส Adenovirus ของลิงชิมแปนซี เป็นไวรัสพาหะ ขณะที่ Johnson & Johnson ใช้ ไวรัสอะดีโนสายพันธ์ุ 26 เป็นไวรัสพาหะ ส่วน SinoVac เป็นวัคซีนเชื้อตาย

ซึ่งจุดที่แตกต่างมากที่สุด คือ วัคซีน Johnson & Johnson เป็นวัคซีนตัวเดียวในขณะนี้ ที่ฉีดแค่เพียง 1 เข็มเท่านั้น ไม่ต้องฉีดซ้ำ

ซึ่งหากเปรียบเทียบเรื่องประสิทธิภาพ AstraZeneca มีประสิทธิภาพ 70.4%, SinoVac อยู่ที่มากกว่า 50.7%, Johnson & Johnson พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการปานกลางถึงรุนแรงหลังได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 สัปดาห์เท่ากับ 66.9%

ส่วนอาการข้างเคียง ส่วนใหญ่จะเป็นอาการไม่รุนแรง ก็จะคล้าย ๆ กัน คือมีอาการปวดบวม แดง บริเวณที่ฉีด ปวดหัว ปวดตัว อ่อนเพลีย

สำหรับวัคซีน AstraZeneca และ Johnson & Johnson มีรายงานการพบภาวะลิ่มเลือดอุดตัน แต่ก็เกิดขึ้นเป็น% ที่น้อย

โดยถ้าดูจากรายงานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ฉีดไปกว่า 1.4 ล้านโดส มีผู้มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงเพียงแค่ 13 คนเท่านั้น และยังไม่พบผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากวัคซีน

ซึ่งล่าสุดก็ยังมีวัคซีน โมเดอร์นา และ สปุตนิก วี ที่รอต่อคิวขึ้นทะเบียนอยู่ ในอนาคตเราอาจจะมีตัวเลือกมากขึ้น

หรือถ้าโรงพยาบาลเอกชนสามารถซื้อวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ผ่านหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาล เราก็อาจจะสามารถเลือกได้ว่าจะฉีดวัคซีนชนิดไหน  

บางคนกลัวว่าฉีดแล้วอาจจะเกิดอาการข้างเคียงรุนแรง เกิดลิ่มเลือดอุดตัน เป็นอัมพฤกษ์ ไปจนถึงเสียชีวิตได้ แต่ถ้าเทียบกับประสิทธิภาพของวัคซีน และโอกาสที่จะติดเชื้อโควิด-19 และมีอาการรุนแรงจนเสียชีวิตน่าจะมากกว่า

อย่าลืมว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มี 2 เป้าหมาย คือ ลดความรุนแรงหากติดเชื้อ และการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หากเราฉีดวัคซีนได้อย่างน้อย 60-70% ของประชากร เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตแบบปกติกันเสียที

แต่...ก็ต้องขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาล ว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้ได้เร็วและกระจายได้ทั่วถึงแค่ไหน ถ้ายังฉีดอยู่วันละ 2,000 กว่าโดส แบบตอนนี้ เราอาจจะต้องใช้เวลาหลาย 10 ปี

ยิ่งตอนนี้สถานการณ์การระบาดก็รุนแรงขึ้น แถมเชื้อก็มีการกลายพันธ์อีก ยิ่งฉีดเร็วก็ยิ่งลดความเสี่ยง