ประเด็นเด็ด 7 สี

ตร.เร่งล่าคนร้ายควงปืนจี้ศีรษะเจ้าของร้านเสื้อผ้า ก่อนชิงเงินหลบหนี [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เร่งติดตามตัวคนร้ายก่อเหตุอุกอาจ บุกใช้ปืนจี้ศีรษะเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าในพื้นที่เพื่อชิงทรัพย์ ประมาณ 2,000 บาท ผู้เสียหายเปิดใจ ก่อนหน้านี้เธอขายเสื้อผ้าอยู่จังหวัดภูเก็ต เพราะพิษโควิด-19 ทำให้ต้องหาพื้นที่ค้าขายใหม่ แต่กลับมาถูกซ้ำเติม

กล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมของคนร้าย เป็นชายรูปร่างสูง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีแดง นุ่งกางเกงขายาวสีเขียว ใส่หมวกแก๊ป และสวมหน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า เดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลคลัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ไม่นานเขาก็รีบวิ่งออกจากร้านไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงประมาณเวลา 23.50 น. วันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นางสาวสิรินยา ไล่ชะพิษ อายุ 23 ปี ผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า ชายคนดังกล่าวเป็นคนร้าย เขาเข้ามาพร้อมใช้ปืนพกสั้นแบบลูกโม่ จี้บริเวณศีรษะของเธอ พูดข่มขู่ว่าอย่าขัดขืน จากนั้นบังคับให้เธอเปิดลิ้นชัก แล้วสั่งให้หยิบเงินทั้งหมดส่งให้ ซึ่งเป็นเงินที่เธอเตรียมไว้สำหรับทอนให้กับลูกค้าประมาณ 2,000 บาท หลังได้เงินทั้งหมด คนร้ายก็หลบหนีไปทันที

ผู้เสียหายเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้เธอเปิดร้ายขายส่งและขายปลีกเสื้อผ้าอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่มีนักท่องเที่ยวและลูกค้ามาซื้อสินค้าเหมือนแต่ก่อน จึงตัดสินใจปิดร้านที่ภูเก็ต เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อมาเช่าเปิดร้านใหม่ที่นี่ โดยไม่คาดคิดว่าจะโดนซ้ำเติมด้วยการถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ดังกล่าว

นางนิรมล หมวดนุ่ม อายุ 57 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ เปิดเผย พื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น เพราะปกติจะมีนักเรียน นักศึกษาเดินไปมากันพลุกพล่าน แต่ช่วงนี้สถาบันการศึกษาปิดการเรียนการสอน ประกอบกับเป็นช่วงโควิด-19 ทำให้ช่วงยามวิกาลมีผู้คนเดินไปมาน้อยลง อาจเป็นช่องว่างให้คนร้ายก่อเหตุ

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เร่งแกะรอยคนร้ายจากภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุ รวมทั้งภาพวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ ที่คนร้ายใช้ทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ ล่าสุดตำรวจทราบข้อมูลของรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างเชิญตัวพยานแวดล้อมที่พบเห็นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาสอบถาม พร้อมเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และหลักฐานอื่น ๆ ใช้เป็นข้อมูลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว