สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

เฝ้าระวังเข้มชายแดนไทย-มาเลเซีย ช่วงละศีลอด

เมื่อวานนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่ชายแดนไทย มาเลเซีย ด้านปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นอีกช่องทางการค้าสำคัญชายแดน และมีประชาชน 2 ประเทศเดินทางไปหามาหากัน ผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งได้สั่งการให้ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น และอาสาสมัคร ร่วมกันตั้งด่าน ตรวจตราการเข้าออก และมาตรการสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ และพร้อมขอความร่วมมือ ช่วงเทศกาลละศีลอด ขอให้ชาวไทย มุสลิม งดการรวมกลุ่ม หรือจัดงานสังสรรค์ หากต้องมาเยี่ยมเยือน ต้องระวังระยะห่าง และใส่หน้ากากอนามัย นอกจากนั้น กำชับทุกด่านตรวจ เฝ้าระวังการข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติ โดยให้ถือปฏิบัติเข้มงวด

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา บอกว่า ได้สั่งการให้ยกระดับการเฝ้าระวังชายแดนออกเป็น 3 ระดับ โดยพื้นที่ชายแดน ให้ทหารเป็นผู้กำกับดูแล และจัดทีมลาดตระเวนตามแนวช่องทางธรรมชาติ ขณะที่พื้นที่ชั้นในให้ตำรวจ คอยกวดขันและจับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง ขณะที่ในระดับหมู่บ้าน ให้ท้องถิ่น ปกครองและอาสาสมัคร ตั้งด่านกวดขัน เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดน

นอกจากนี้ ยังได้ออกประกาศห้ามข้าราชการออกนอกพื้นที่จังหวัด หากจำเป็นเร่งด่วนให้ชี้แจงเหตุผลและอนุญาตเป็นรายกรณี จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง คำสั่งนี้รวมไปถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อำเภอและหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ถือปฏิบัติเคร่งครัด

สำหรับสถานการณ์การระบาดช่วงนี้ พบว่าโดยภาพรวมดีขึ้น แม้จะพบผู้ติดเชื้อรายวัน โดยล่าสุดพบที่อำเภอควนเนียง อีก 1 ราย ทำให้ผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดสงขลา ครบทั้ง 16 อำเภอ โดยมียอดสะสมเพิ่มเป็น 778 ราย ส่วนคลัสเตอร์ร้านเฝอ ที่พบการติดเชื้อ การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด 738 คน พบผู้ติดเชื้อ 11 คน

ส่วนโรงพยาบาลสนามทั้ง 4 แห่งในจังหวัดสงขลา ยังมีศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยได้อีก 181 เตียง จาก 367 เตียง