รอบรั้วรอบโลก

บทเรียนการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ในต่างประเทศ

บทเรียนในต่างประเทศ หลังเริ่มมีการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศคลี่คลายลง

โดยจีน ซึ่งถือเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แห่งแรกของโลก ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2562 และเคยพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดถึงวันละกว่า 14,000 คน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 แต่หลังจากมีการค้นพบวัคซีน และเริ่มฉีดในกรณีฉุกเฉินให้กับประชาชน เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2563 และฉีดให้ประชาชนทั่วประเทศเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อย่างน้อย 244 ล้านโดส ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเหลือเพียงหลักสิบ และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยวัคซีนหลักที่ใช้ คือ"ซิโนแวค" และ"ซิโนฟาร์ม" จนทำให้เมื่อวันแรงงานที่ผ่านมา รัฐบาลจีนอนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตได้ โดยเฉพาะเมืองปลอดเชื้อโควิด-19 ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

ขณะที่อิสราเอล ถือเป็นประเทศแรกของโลก ที่ทางการอนุญาตให้ประชาชนถอดหน้ากากใช้ชีวิตประจำวันในสถานที่สาธารณะได้ หลังเร่ิมฉีดวัคซีนให้ประชาชนตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคมปีที่แล้ว จนถึงขณะนี้ มีประชาชนที่ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ไปแล้ว 62.59 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใกล้ตัวเลขที่องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ ที่จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศได้

ส่วนสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดในโลก และเคยทำสถิติผู้ติดเชื้อเพิ่มในวันเดียวพุ่งทะลุหลัก 200,000 คน หลังเริ่มฉีดวัคซีนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา จนปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอยู่ที่หลัก 40,000-50,000 คนต่อวัน ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ต้องออกมาร้องขอให้ประชาชน เข้ารับการฉีดวัคซีน เนื่องจากส่งผลให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุด มีชาวอเมริกาฉีดวัคซีนแล้วราว 44 เปอร์เซ็นต์ หรือกว่า 149 ล้านคน