News

หญิงไทยไปทำงานอินเดีย ติดโควิดเสียชีวิตลำพัง มีเพียงเถ้ากระดูกเท่านั้นที่จะได้ส่งกลับไทย..

จากกรณีข่าวพบหญิงไทยติดเชื้อโควิด19 เสียชีวิตที่อินเดีย แต่ส่งศพกลับไทยไม่ได้ เพราะกลัวแพร่เชื้อ ตำรวจอินเดียต้องเผาศพให้ แบบไร้ญาติ ที่แคว้นอุตตรประเทศ นั้น ล่าสุด ในส่วนของ น้องชายผู้เสียชีวิต นายเทียนชัย วิชาพร เผยว่า จากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พี่สาวของตน นางสาวปิยธิดา วิชาพรสากุล เดินทางไปทำงานที่ประเทศอินเดีย ได้ 2 วัน แล้วติดเชื้อโควิด-19 ก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งข่าวนี้ไม่เป็นความจริง เพราะตนเองนั้นได้ไปส่งพี่สาวเดินทางกลับไปทำงาน ที่ลัคเนา ประเทศอินเดีย ในวันที่ 30 มีนาคม 2564 ซึ่งก่อนที่พี่สาวจะติดเชื้อโควิด-19 จนเข้ารักษาที่ รพ. เป็นระยะเวลาเดือนกว่าที่พี่สาวอาศัยอยู่ที่ประเทศอินเดีย ซึ่งพี่สาวถูกนายจ้างให้อาศัยรวมกันกับลูกจ้าง 2-3 คน ในห้องเดียว โดยไม่ทราบว่าเพื่อนร่วมงานติดเชื้อ เพราะเจ้าของบริษัทปิดบังข้อมูล หลังจากนั้นเพื่อนร่วมงานที่อาศัยอยู่ด้วยกัน มีอาการคล้ายคนเป็นหวัด และได้พูดคุยกันจนรู้ว่าทุกคนที่อยู่ด้วยกันเป็นโควิด และพี่สาวคิดว่าตนเองก็ติดโควิดด้วย สุดท้ายอาการไม่ค่อยดีจึงได้เข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ก็ได้โทรศัพท์คุยกับพี่สาวคนโตที่อยู่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้ส่งเงินมารักษาตัวเองที่อินเดีย โดยยังไม่บอกทางญาติที่อยู่เมืองไทย เพราะว่าแม่เป็นโรคหัวใจ กลัวว่าแม่จะล้มป่วยลง จนสุดท้ายพี่สาวที่อยู่สวิตเซอร์แลนด์อึดอัดใจ จนต้องโทรศัพท์ มาหาตนเอง เพื่อบอกว่าพี่สาว คือ นางสาวปิยธิดา ติดโควิดอยู่ที่อินเดียอาการแย่ เพราะว่าทางร้านที่ไปทำงาน ไม่รับผิดชอบอะไรเลย แถมบอกว่าไม่รู้จักกันอีกด้วย

ตนเองก็ได้ติดต่อไปยังสถานฑูตไทยที่ประเทศอินเดีย เพื่อที่จะขอให้ทางสถานฑูตช่วยเหลือเรื่องนำอัฐิ ทรัพย์สิน เอกสาร รวมไปถึงโทรศัพท์ จำนวน 2 เครื่อง ที่บันทึกเรื่องราวของพี่สาวไว้ทั้งหมด โดยเบื้องต้น ตนเองได้พูดคุยกับเพื่อนพี่สาวที่ชื่อว่า ซามา คนนี้ดูแลพี่สาวตนเองจนถึงลมหายใจสุดท้าย รวมไปถึงเก็บสิ่งของทุกอย่างของพี่สาวไว้ เพื่อที่จะส่งไปให้สถานฑูตไทยในประเทศอินเดีย เพื่อส่งกลับมาให้ญาติที่อยู่เมืองไทย ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ติดต่อกัน ก็ทราบว่าซามา กำลังจะเอาทุกอย่างไปส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วสายWhatsApp ก็ตัดไป จนบัดนี้ ก็ยังไม่สามารถติดต่อซามา ได้อีกเลย ตนเองแค่อยากได้สิ่งของที่อยู่ที่เป็นของพี่สาวคืนกลับเมืองไทย รวมไปถึงเรื่องใบมรณะบัตร เพื่อที่จะกลับมาแจงในประเทศไทยด้วยว่าเสียชีวิตแล้ว

ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัว อยู่ระหว่างการรอสถานฑูตไทย ช่วยดำเนินการเรื่องนำอัฐิ ทรัพย์สิน และเอกสาร ส่งกลับให้ครอบครัว