ประเด็นเด็ด 7 สี

คนขับเก๋งหัวร้อน ชักปืนขู่คนขับรถตู้กลางปั๊มน้ำมัน จ.ชลบุรี

ประเด็นเด็ด 7 สี - โลกออนไลน์แชร์คลิปชายขับรถเก๋งหัวร้อนชักปืนขู่คนขับรถตู้กลางปั๊มน้ำมันในจังหวัดชลบุรี พยานเผยปมเหตุเกิดจากทั้งคู่ขับรถปาดหน้ากัน

นี่เป็นคลิปที่มีคนถ่ายไว้ได้ ขณะชายสวมเสื้อแดง เป็นเจ้าของรถเก๋ง ในมือถือปืน กำลังทะเลาะกับชายอีกคน จากนั้นทำท่ายกปืนขึ้นมาข่มขู่ แต่มีผู้หญิงเสื้อลายพยายามดึงมือและห้ามไว้ ก่อนชายคู่กรณีจะเดินหนีไป เหตุเกิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนสุขประยูรขาเข้า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี

สอบถามพนักงานปั๊มน้ำมัน บอกว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดเมื่อช่วงบ่าย วันที่ 10 พฤษภาคม ขณะนั้นเขากำลังทำงานอยู่ สักพักก็เห็นรถตู้กับรถเก๋งขับเข้ามาเหมือนมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้ พอเข้ามาในปั้ม ชายเจ้าของรถเก๋ง เดินถือปืนลงมา โดยมีผู้หญิง 1 คนและเด็กอีก 1 คน เดินตาม จากนั้นชายดังกล่าวได้ตะโกนท้าทายคนขับรถตู้ ก่อนเหตุการณ์จะเป็นไปตามคลิป เคราะห์ดีที่มีผู้หญิงห้ามไว้ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุรุนแรงบานปลาย หลังเกิดเหตุพบว่าทั้งคู่ยังไม่มีใครเข้าแจ้งความ คาดว่าปมเหตุน่าจะเกิดจากการขับรถปาดหน้ากัน

ส่วนอีกคดีสำคัญ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 กรณีนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 56 ปี วิศวกรบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อเหตุยิงเยาวชนชายอายุ 17 ปี เสียชีวิต จากเหตุวิวาทเรื่องที่จอดรถ บริเวณตลาดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี โดยเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ นายสุเทพ มีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง เห็นสมควรลงโทษจำเลยสถานเบา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 15 ปี ลดโทษให้ 1ใน 3 เหลือจำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 10 ปี และปรับ 2,000 บาท

ขณะที่ศาลอุทธรณ์ ได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเหตุที่จำเลยมีพฤติการณ์เช่นนี้ เนื่องจากจำเลยมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วย แสดงให้เห็นถึงนิสัยและพฤติกรรมของจำเลยว่าพร้อมที่จะสมัครใจวิวาท ทำให้ศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

หลังรับฟังคำพิพากษาในครั้งนั้น นายสุเทพ ได้ยื่นประกันตัวเพื่อขอต่อสู้คดีต่อในชั้นศาลฎีกา ด้วยเงินสด 874,000 บาท พร้อมระบุว่ายอมรับคำตัดสินศาล แต่ต้องการต่อสู้เพื่อให้ความจริงปรากฎ

แต่ปรากฏว่า วันนี้ (12 พ.ค.) ศาลฎีกา นัดฟังคำตัดสิน กลับไร้วี่แววของนายสุเทพและทนายความ ขณะที่ทนายฝ่ายผู้เสียชีวิต ซึ่งได้เดินทางมาตามนัด เผยว่าผู้พิพากษารอทั้งจำเลยและทนายฝ่ายจำเลยจนเลยเวลานัด และเมื่อไม่มีท่าทีจะติดต่อกลับมา ผู้พิพากษา จึงทำตามขั้นตอนกฎหมาย คือ สั่งริบเงินประกันจำนวน 874,000 บาท พร้อมออกหมายจับ นายสุเทพ หรือลุงวิศวะ หากภายใน 1 เดือนจับกุมตัวได้ ก็จะคุมตัวมาฟังคำพิพากษา แต่หากตำรวจติดตามจับกุมตัวไม่ได้ ก็จะอ่านคำพิพากษาลับหลัง ในวันที่ 17 มิถุนายนต่อไป