ประเด็นเด็ด 7 สี

รมว.ยุติธรรมแจงไม่เคยปิดข้อมูล พร้อมเร่งหาต้นตอโควิด-19 ในเรือนจำ

ประเด็นเด็ด 7 สี - กระทรวงยุติธรรมระบุ พยายามลดความแออัดของนักโทษในเรือนจำ เพื่อลดการระบาดของเชื้อโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งหาต้นตอโควิดในเรือนจำ แจงไม่เคยปกปิดข้อมูล ติดตามเรื่องนี้ได้จากรายงานของคุณกรองทอง จันทะบุรม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า ไม่ได้หย่อนยานในการดูเเลควบคุมโรคในเรือนจำ หลังเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก พบผู้ติดเชื้อในทัณฑสถานหญิงกลาง 1,039 ราย และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 1,794 ราย รวมทั้งสิ้น 2,833 ราย
พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาได้พยายาม ลดความแออัดนักโทษในเรือนจำให้ได้มากที่สุด ทั้งการขอพระราชทานอภัยโทษ การติดกำไร อีเอ็ม 50,000 คน เเละการขอเเก้ไขกฎหมายยาเสพติด

รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีการปกปิดข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะบางคนเชื้อยังอยู่ในระยะฟักตัว โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งหาต้นตอว่าการแพร่ระบาดมาจากไหน ขณะนี้ทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ สำรองยา ฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 148,000 ม็ด กำลังสั่งซื้อเพิ่มเติมอีก 100,000 เม็ด เพื่อรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อทั้ง 2,833 คน โดยจะให้ผู้ที่มีอาการผู้ป่วยสีเหลืองก่อน เพื่อยับยั้งอาการเชื้อลงปอด

ส่วนนางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎรได้ออกมาโพสต์แจ้งว่าเธอเป็นผู้ป่วยโควิด-19 นั้น หลังจากออกจากทัณฑสถานหญิงกลาง ได้เพียงแค่ 5 วัน เรื่องนี้รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่าได้ตรวจคัดกรองโรคให้นางสาวปนัสยาเมื่อวันที่ 23 เมษายน ซึ่งขณะนั้นเธอถูกควบคุมในพื้นที่แดนแรกรับ ผลปรากฏว่าไม่มีเชื้อ และในแดนนั้นก็ไม่มีผู้ติดเชื้อเช่นกัน  จึงมีความเป็นไปได้ว่าเธออาจติดเชื้อหลังจากได้รับการปล่อยตัว

ส่วนนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง ที่ติดเชื้อโควิด-19 จากในเรือนจำขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวภายในโรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้ว

ส่วนมาตรการป้องกันโรคของผู้ต้องขัง จะใช้รูปแบบการควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข ที่เรียกว่า "บับเบิ้ลแอนด์ซิล" หรือ "คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า" เหมือนที่ใช้ในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้ผลมาแล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังสามารถรับมือได้