7HD ร้อนออนไลน์

รวบมิจฉาชีพสาวหลอกขายสินค้าออนไลน์ หมายจับติดตัวเพียบ ผู้เสียหายนับร้อย

วันนี้ (14 พ.ค. 64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ ตร. (ศปอร.ตร.) สภ.บ้านบึง และ สภ.พุทธมณฑล ร่วมกันจับกุม น.ส.สาวิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฉ้อโกง 7 หมายจับ โดยจับกุมได้ที่บ้านพักใน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องมาจาก เพจติดตามมิจฉาชีพออนไลน์ (เพจของกลุ่มผู้เสียหายที่ถูก น.ส.สาวิตรี หลอกลวง) ได้ร้องเรียนและขอให้ตำรวจกองปราบปรามช่วยติดตามจับกุม น.ส.สาวิตรี (ผู้ต้องหา) ที่ก่อเหตุหลอกขายสินค้าทางออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์หลอกลวงเหยื่อในลักษณะซ้ำเดิมจำนวนหลายครั้ง และมีผู้เสียหายถูกหลอกหลายราย

โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า น.ส.สาวิตรี (ผู้ต้องหา) จะเข้ากลุ่มตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ แล้วโพสต์ขายเครื่องซักผ้า, ตู้เย็น, ทีวีมือสอง สภาพใหม่ อ้างว่าจะย้ายบ้าน ไม่ต้องการขนย้ายข้าวของดังกล่าว จึงนำมาขายต่อ ซึ่งทางผู้เสียหายได้ติดต่อซื้อเครื่องซักผ้าพร้อมโอนเงิน  3,200 บาท เข้าบัญชีผู้ต้องหา จากนั้นก็ติดต่อกันไม่ได้อีก และพบว่าผู้ต้องหามีการโพสต์ขายสินค้านั้น ตามเพจอื่นๆ อีก

ตำรวจจึงสืบสวนและตรวจสอบข้อมูลพบว่า น.ส.สาวิตรี  เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 โดยผู้ต้องหาจะโพสต์ขายสินค้ามือสอง ราคาถูกผ่านเฟซบุ๊ก  เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อสั่งซื้อและโอนเงินให้ ผู้ต้องหาก็จะทำทีไปส่งของที่บริษัทขนส่ง โดยมีการไลฟ์สดพร้อมถ่ายภาพกล่องลังขนาดใหญ่ของคนอื่น แอบอ้างว่าเป็นสินค้าที่จะจัดส่งให้ผู้เสียหาย ซึ่งเมื่อผู้เสียหายได้รับพัสดุ กลับพบว่าภายในกล่อง บรรจุยาสมุนไพร ผ้าเช็ดหน้า ผ้ากันเปื้อน หรือยาดม มาแทน บางกรณีเป็นกล่องพัสดุเปล่า ซึ่งผู้ต้องหาหลอกลวงเหยื่อมาแล้วทั่วประเทศ และยังคงมีพฤติการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่มีการเปลี่ยนเเปลงเหตุผลในการขายสินค้าที่แตกต่างกันออกไป โดยจะอ้างว่าตกงานเพราะสถานการณ์โควิด 19 ต้องย้ายกลับบ้าน อ้างว่าไม่มีรถขนของ หรือ อ้างว่าต้องการขายของเพื่อนำเงินมาใช้ในการเดินทางกลับต่างจังหวัด

สำหรับผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับติดตัวอีก 7 หมายจับ ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี, จ.ลำพูน, จ.นครปฐม, จ.หนองคาย, จ.เลย, จ.อุบลราชธานี, จ.ร้อยเอ็ด และมีผู้เสียหายที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีกว่า 100 ราย อีกทั้งยังพบว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหาหลายครั้งต่อวัน และระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ ผู้ต้องหายังคงพักอาศัยอยู่คอนโดมิเนี่ยม ไม่ประกอบอาชีพใดๆ มักเขาไปใช้บริการร้านเสริมสวย และคาเฟ่ต่างๆ และยังคงโพสต์ขายสินค้า ของใช้มือสองเช่นเดิม

หลังถูกจับกุม  ผู้ต้องหายอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าได้เริ่มก่อเหตุมานานเกือบ 2 ปี เนื่องจากเห็นว่าเพื่อนเคยทำมาก่อนและยังไม่ถูกจับกุม และคิดว่าจำนวนเงินที่หลอกเหยื่อมาได้นั้น มีจำนวนไม่สูงมาก ประมาณ 1,500 – 9000 บาทต่อราย ผู้เสียหายอยู่ไกลน่าจะยากแก่การติดตาม ซึ่งในส่วนของเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง ตนใช้หมดไปกับการเล่นพนันออนไลน์และการใช้จ่ายส่วนตัว