สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ก.ยุติธรรมสั่งราชทัณฑ์เร่งหาพื้นที่ตั้ง รพ.สนาม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงแผนรองรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่กระจายเข้าสู่เรือนจำหลายแห่งในขณะนี้ ว่า ในขณะนี้ เรือนจำ และทัณฑสถานทุกแห่ง ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด มีความจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิด- 19 ให้ผู้ต้องขัง ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อให้ทราบจำนวนผู้ติดเชื้อที่แน่ชัด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกันการลุกลาม และ แพร่กระจายของเชื้อโควิดภายในเรือนจำ ส่วนเรือนจำ และทัณฑสถานในต่างจังหวัด ให้ใช้มาตรการ " บัลเบิ้ล แอนด์ซีล " หรือ คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า เพื่อควบคุมสถานการณ์

ทั้งนี้ ในช่วงนี้เรือนจำทุกแห่งทั่วประเทศ จะต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งอาจจะต้องกันพื้นที่อย่างน้อย 1 แดน เพื่อจัดทำโรงพยาบาลสนาม และหากเรือนจำใดไม่มีพื้นที่เพียงพอ ก็ให้วางแผนไปใช้พื้นที่ของทัณฑสถานเปิด หรือ สถานกักกัน จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ส่วนจังหวัดที่มีเรือนจำเก่า อาทิ จังหวัดภูเก็ต , เพชรบุรี และ นราธิวาส อาจจำเป็นต้องใช้พื้นที่ของเรือนจำเก่า มาปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสนามด้วย

ในส่วนเรือนจำในกรุงเทพมหานคร อาทิ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ , เรือนจำคลองเปรม ได้สั่งการให้ จัดเตรียมพื้นที่รอบ ๆ บ้านพักของสัสดีเรือนจำ จัดทำเป็นโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม นอกจากนี้ ได้ให้เรือนจำทุกแห่งประสานงานกับศาลยุติธรรม หารือแนวทางชะลอการส่งตัวผู้ต้องขังไปขึ้นศาลเป็นการชั่วคราว ในช่วงที่การระบาดยังคงรุนแรงด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมจะเร่งเสนอของบประมาณ นำไปใช้จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในเรือนจำ เช่น ชุด PPE เครื่องวัดอุณหภูมิความดันออกซิเจน รวมถึงนำไปปรับปรุงโรงพยาบาลสนาม และแดนกักโรคที่มีมาตรฐานมากกว่าเดิม ซึ่งทางกองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้พิจารณาว่าในแต่ละพื้นที่จะใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง เวลานี้กำลังตรวจสอบถึงเหตุผลการของบประมาณ ผมจะพยายามนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด

ส่วนกรมราชทัณฑ์ ล่าสุด เมื่อวานนี้รายงานผลตรวจหาเชื้อโควิด- 19 จากผู้ต้องขังในเรือนจำกลุ่มลาดยาว 3 แห่ง คือ เรือนจำคลองเปรม พบผู้ติดเชื้อโควิด - 19 จำนวน 510 คน , เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 88 คน และเรือนจำพิเศษธนบุรี จำนวน 621 คน รวมทั้งสิ้น 1,219 คน เป็นผู้ต้องขังในกลุ่มสีแดง มีอาการหนักต้องส่งโรงพยาบาลภายนอก จำนวน 6 คน

ซึ่งขณะนี้ กรมราชทัณฑ์ได้เฝ้าระวังอย่างเข้มข้น 2 กรณี คือ การติดเชื้อจากเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ซึ่งจะใช้วิธีการตรวจหาเชื้อทุก 14 วัน และกำชับเจ้าหน้าที่ และครอบครัวให้ป้องกันความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทุกกรณี และการติดเชื้อจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ รวมถึงผู้ต้องขังที่ต้องออกไปภายนอกเรือนจำ โดยกลุ่มนี้จะเพิ่มระยะเวลากักตัวดูอาการจาก 14 วัน เป็น 21 วัน และ เพิ่มการตรวจคัดกรองเป็น 2 ครั้ง